← Back to KHAO

MMM กำไร Q3 โตแตะ 41 ล้านบาท รับรายได้ขายโครงการเพิ่ม เคาะปันผล 0.04 บาท XD 12 พ.ย.นี้

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

นายกวิน อนันต์พัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 ว่า บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 249.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.01% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 41.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 695.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 111.08

Key facts

Summary

โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตมาจากการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของหน่วยธุรกิจการบริหารงานขายโครงการ (BU2) ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการขยายฐานเครือข่ายเอเจนท์อิสระควบคู่กับการเพิ่มฝ่ายการตลาดภายใน โดยมุ่งเน้นให้บริการแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากขึ้น อาทิ บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN และบริษัทย่อยของ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ BU2

สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 MMM มีสินทรัพย์รวม 584.97 ล้านบาท โดยโครงสร้างธุรกิจหลักเป็นการเป็นตัวแทนและบริหารงานขายซึ่งเป็นแบบ Asset-light ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนในที่ดินหรือค่าก่อสร้าง ส่งผลให้บริษัทไม่มีเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ใดๆ ปราศจากภาระดอกเบี้ยจ่ายและความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ สะท้อนความแข็งแกร่งผ่านอัตราส่วนสภาพคล่องที่สูงถึง 13.54 เท่า และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น

นอกจากการบริหารงานขาย MMM ยังเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่เพื่อสร้างฐานรายได้ในระยะยาว โดยได้จัดตั้งกลุ่มบริษัทย่อยเพื่อให้บริการสินเชื่อรายย่อยที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน ซึ่งได้เริ่มให้บริการแล้วในไตรมาส 3/2569 มียอดสินเชื่อคงค้าง 5.79 ล้านบาท พร้อมทั้งขยายเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยได้ทุ่มงบ 43.78 ล้านบาท ซื้อที่ดินในทำเลบางพลีและแพรกษาเพื่อเตรียมพัฒนาโครงการเพื่อขาย ตลอดจนได้ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ MMM-W1 และ MMM-W2

Read full article at Kaohoon →