Post Today
กรมชลฯ ผุดโดรนวัดคุณภาพน้ำอัจฉริยะ ลดงบ 90% ปลอดภัย ไร้เสี่ยง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กรมชลประทาน พัฒนานวัตกรรม “โดรนตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ” ชูหลัก 3 ป. ประหยัดงบ 90% รู้ผลไวขึ้น 85% ปลอดภัยไม่ต้องลงเรือ มุ่งสู่ชลประทานอัจฉริยะปี 80
Key facts
- การพัฒนาโดรนจะมีค่าใช้จ่าย1,000,000 – 1,300,000 บาท ครอบคลุมค่าวิจัย พัฒนาซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน ตัวโดรนแบบ Multi-rotor โครงสร้างติดตั้งเซนเซอร์ และชุดควบคุม ในขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อชุดเมื่อนำไปใช้งานจริง อยู่ที่่ประมาณ 250,000 – 500,000
- ทีมวิจัยของกรมชลประทาน จึงได้ริเริ่มข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงนวัตกรรมขึ้นมา เพื่อทลายข้อจำกัดเดิม และขับเคลื่อนการทำงานของกรมชลประทานให้สอดรับกับวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรอัจฉริยะที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำภายในปี พ.ศ. 2580
- ลงทุนหลักแสน คืนทุนไวใน 1-2 ปี ประหยัดงบพุ่ง 90%
- เมื่อทียบค่าใช้จ่ายต่อครั้งและระยะเวลาคืนทุน วิิธีเดิมมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 – 8,000 บาทต่อครั้ง รวมค่าน้ำมันเรือ ค่าขนส่งเรือไปยังอ่างเก็บน้ำ ค่าน้ำมันรถลาก และเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ วิธีใหม่ใช้โดรนตรวจวัด
- ในด้านการลดจำนวนเจ้าหน้าที่ วิธีเดิมต้องใช้เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 3 – 5 คน มีต้นทุนสูงถึง 3,000–8,000 บาทต่อภารกิจ
- สปีดเร็วกว่าเดิม 85% โดรนชลประทานลดกำลังคน-ตัดความเสี่ยงภารกิจน้ำ 100%
Summary
หนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำงานชลประทานคือ “การตรวจวัดคุณภาพน้ำ” เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานน้ำมาตรา 8 ซึ่งประกอบด้วยพารามิเตอร์ทางวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดถึง 6 ด้าน ได้แก่ อุณหภูมิ ต้องไม่เกิน 40°C, ค่าความเป็นกรด-ด่างหรือ pH ต้องอยู่ระหว่าง 6.5–8.5, ค่าออกซิเจนละลายน้ำหรือ DO ไม่น้อยกว่า 2 mg/L, ค่าการนำไฟฟ้าหรือ EC ไม่เกิน 2,000 µmho/cm, ค่าความเค็ม ไม่เกิน 1 g/L และปริมาณของแข็งละลายน้ำทั้งหมดหรือ TDS ไม่เกิน 1,300 mg/L
แต่ในกระบวนการทำงานภาคสนามที่ผ่านมา การเก็บตัวอย่างน้ำและการตรวจสอบคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำชลประทานทั่วประเทศ ยังมีอุปสรรคเชิงโครงสร้างหลายประการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางและเก็บตัวอย่างค่อนข้างมาก ใช้กำลังพลสูง ส่งผลให้งบประมาณในการดำเนินงานพุ่งสูงตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การปฏิบัติงานภาคสนามในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มักมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอันตรายทางน้ำจากคลื่นลมแรง
จากโจทย์ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยของกรมชลประทาน จึงได้ริเริ่มข้อเสนอโครงการวิจัยเชิงนวัตกรรมขึ้นมา เพื่อทลายข้อจำกัดเดิม และขับเคลื่อนการทำงานของกรมชลประทานให้สอดรับกับวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรอัจฉริยะที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำภายในปี พ.ศ. 2580