Post Today
อภิปรายไม่ไว้วางใจ VS อภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ ต่างกันอย่างไร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เจาะรัฐธรรมนูญปี 2560 เปิดกลไกตรวจสอบรัฐบาลเปรียบเทียบอำนาจ สัดส่วนผู้เข้าชื่อ ขั้นตอนการอภิปราย ผลทางกฎหมาย และเงื่อนไขการลงมติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Key facts
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 151 กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
- มาตรา 151 กลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงมติชี้ชะตารัฐมนตรี
- อีกหนึ่งข้อกำหนดที่สำคัญ คือ เมื่อมีการเสนอญัตติตามมาตรา 151 แล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้ เว้นแต่จะมีการถอนญัตติ หรือการลงมตินั้นไม่ได้คะแนนเสียงตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด
- นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังบัญญัติกรณีรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งเดิม แต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่นภายหลังวันที่ สส. เข้าชื่อเสนอญัตติ หรือพ้นจากตำแหน่งเดิมไม่เกิน 90 วันก่อนวันที่มีการเข้าชื่อ แต่ยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอื่น
Summary
การทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีเครื่องมือสำคัญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 อยู่ 2 กลไกที่มักถูกกล่าวถึงควบคู่กัน คือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152
แม้ทั้งสองมาตราจะเป็นกลไกที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลผ่านเวทีรัฐสภาเหมือนกัน แต่ในทางกฎหมายกลับมีความแตกต่างกันตั้งแต่จำนวน สส. ที่ต้องเข้าชื่อเสนอญัตติ วัตถุประสงค์ของการอภิปราย ขั้นตอนการดำเนินการ ไปจนถึงผลทางการเมืองและผลทางกฎหมายที่เกิดขึ้นภายหลังการอภิปราย
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังบัญญัติกรณีรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งเดิม แต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอื่นภายหลังวันที่ สส. เข้าชื่อเสนอญัตติ หรือพ้นจากตำแหน่งเดิมไม่เกิน 90 วันก่อนวันที่มีการเข้าชื่อ แต่ยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอื่น ให้ยังคงต้องถูกอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจต่อไป