Reuters · Nation TV
Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 3 : เจาะลึกฐานผู้ลงคะแนน เงินทุน และกลุ่มคนที่เริ่มถอยห่าง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Countdown to the 2026 U.S. Midterm Elections ตอนที่ 3: เจาะลึกฐานผู้ลงคะแนน เงินทุน และกลุ่มคนที่เริ่มถอยห่าง. .
Key facts
- ตอนที่ 3 : เจาะลึกฐานผู้ลงคะแนน เงินทุน และกลุ่มคนที่เริ่มถอยห่าง โดย กฤษฎา บุญเรือง สมรภูมิคะแนนเสียง: เจาะลึกฐานผู้ลงคะแนน เงินทุน และกลุ่มคนที่เริ่มถอยห่าง
- ข้อมูลสถิติ ผลสำรวจจาก ผลสำรวจจาก New York Times/Siena [1.1.2] พบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ (อายุ 18–29 ปี) ถึง 70% ระบุว่าตนเองเป็นหรือเอียงไปทางพรรคเดโมแครต เพิ่มขึ้นถึง 15 จุด (Percentage Points) จากปี 2024 (ซึ่งเคยอยู่ที่ 55%)
- รายงานของ Pew Research Center ชี้ว่า คะแนนสนับสนุนของกลุ่มลาติโนต่อพรรคเดโมแครตนำพรรครีพับลิกันถึง 51% ต่อ 24% (ส่วนห่างถึง 27 จุด) ขณะที่คะแนนอนุมัติการทำงานของฝ่ายบริหารในกลุ่มลาติโนดั้งเดิมลดลงอย่างก้าวกระโดดจาก 93% เหลือเพียง 57%
- ผู้ลงคะแนนกลุ่มอิสระซึ่งเป็นตัวแปรตัดสินผลชนะเลิศ แสดงความไม่พอใจต่อฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน โดย โพล Reuters/Ipsos พบว่า มากกว่า 2 ใน 3 (กว่า 67%) ไม่ยอมรับผลงานของฝ่ายบริหาร เนื่องจากตั้งคำถามเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเทคโนโลยี
Summary
และ ข้อมูลสำรวจล่าสุดจาก Pew Research Center และสถิติการระดมทุนสะท้อนความแตกต่างทางยุทธศาสตร์อย่างเห็นได้ชัด พบว่า “เดโมแครต” ได้รับแรงหนุนมหาศาลจากเงินบริจาครายย่อย (Small-dollar Donors) ของประชาชนทั่วไปผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสะท้อนถึงพลังการกระตุ้นผู้ลงคะแนนในระดับรากหญ้า
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ลงคะแนนถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักอย่างชัดเจน คือ ฝั่งรีพับลิกัน (GOP) ที่เน้นฐานเสียงอนุรักษนิยม, ฝั่งเดโมแครต (DEM) ที่ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ใช้แรงงานในเมือง และ กลุ่มผู้ลงคะแนนอิสระ (Independents) ซึ่งกลายเป็น "ตัวแปรชี้ขาด" สนามเลือกตั้งในปีนี้
2 กลุ่มคนทำงานรายย่อยและเกษตรกร / ฐานเสียง MAGA : "แบกรับค่าครองชีพและราคาน้ำมันไม่ไหว" กลุ่มคนทำงาน คนขับรถบรรทุก และเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเคยมอบคะแนนเสียงให้กลุ่ม MAGA เริ่มรู้สึกว่านโยบายเศรษฐกิจของ GOP ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหากระเป๋าเงินในชีวิตประจำวัน ข้อมูลจาก Reuters/Ipsos ระบุว่า ผู้ลงคะแนนถึง 69% ไม่พอใจการจัดการเศรษฐกิจ และอีก 73% ไม่พอใจการรับมือราคาน้ำมันแพง ทำให้กลุ่มคนทำงานจำนวนมากเริ่มผละออกจากพรรครีพับลิกัน และเปิดใจรับฟังนโยบายบรรเทาค่าครองชีพจากฝั่งเดโมแครตมากขึ้น