Thairath
“โสภณ” ปัดเป็นสาขาทำเนียบ ซัดอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงตี 3 เป็นแค่พิธีกรรม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“โสภณ” เคลียร์ประเด็น ถูกกล่าวหาเป็นสาขาทำเนียบ ยื้ออภิปรายฯ ชี้วิปอยู่ดีๆ เพิ่มเวลาซักฟอกกะทันหัน กระทบความน่าเชื่อถือ-ขรก.ลำบาก ประชุมถึงตี 3 เป็นแค่พิธีกรรม ลั่นหลักฐานเด็ดน็อกรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่จำนวนชั่วโมง
Key facts
- วันที่ 29 ต.ค. 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้าน กล่าวหาว่ารัฐบาลพยายามยื้อเวลา และประธานสภาฯ วางตัวไม่เป็นกลาง โดยยืนยันว่า
- เคลียร์ประเด็น ถูกกล่าวหาเป็นสาขาทำเนียบ ยื้ออภิปรายฯ ชี้วิปอยู่ดีๆ เพิ่มเวลาซักฟอกกะทันหัน กระทบความน่าเชื่อถือ-ขรก.ลำบาก ประชุมถึงตี 3 เป็นแค่พิธีกรรม ลั่นหลักฐานเด็ดน็อกรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่จำนวนชั่วโมง
- ซึ่งเดิม ครม. แจ้งความพร้อมไว้ที่ 3+1 วัน ( 27-30 ต.ค.) แต่วิปทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ผู้นำฝ่ายค้านและตัวแทนพรรคฝ่ายค้านได้เข้าพบ ตนจึงเสนอให้ถอยคนละก้าว ซึ่งฝ่ายรัฐบาลยอมปรับเวลาให้เป็น 4+1 วัน
- ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตนได้ขอให้มีกรอบข้อตกลงที่ชัดเจน จนสามารถสรุปตัวเลขร่วมกันได้ในเบื้องต้นที่ 60 ชั่วโมง แบ่งเป็น ฝ่ายค้าน 45 ชั่วโมง รัฐบาล 12 ชั่วโมง และประธานสภาฯ 3 ชั่วโมง โดยเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 - 24.00 น.
Summary
วันที่ 29 ต.ค. 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้าน กล่าวหาว่ารัฐบาลพยายามยื้อเวลา และประธานสภาฯ วางตัวไม่เป็นกลาง โดยยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ตนไม่เคยคิดขัดขวางหรือวางแผนยื้อเวลาตามที่ถูกสมาชิกบางรายกล่าวหา และปฏิเสธข้อหาว่าเป็น “สาขาของทำเนียบรัฐบาล”
นายโสภณ ระบุว่า ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อได้รับญัตติมา ได้ตรวจเช็กความถูกต้องและขอให้ปรับแก้คำที่รุนแรง ก่อนส่งหนังสือไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อสอบถามวันเวลาที่รัฐบาลพร้อมชี้แจง ซึ่งเดิม ครม. แจ้งความพร้อมไว้ที่ 3+1 วัน ( 27-30 ต.ค.) แต่วิปทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ผู้นำฝ่ายค้านและตัวแทนพรรคฝ่ายค้านได้เข้าพบ ตนจึงเสนอให้ถอยคนละก้าว ซึ่งฝ่ายรัฐบาลยอมปรับเวลาให้เป็น 4+1 วัน
“การเปลี่ยนข้อตกลงกะทันหันส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผม เรื่องไม่น่าจะเกิดเลย เนื่องจากได้นำกรอบเดิมไปเจรจากับฝ่ายบริหารเรียบร้อยแล้ว แม้ผมจะพร้อมทำหน้าที่ประธานในสภาตามข้อตกลงของทุกฝ่าย แต่ยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับการกลับไปกลับมาของการทำงานในระบบวิป” นายโสภณ กล่าว