Krungthep Turakij
ปชน.ชงตั้ง กมธ.ศึกษาปฏิรูป 'ไทยพีบีเอส-3 ส.' ย้ำอย่าแทรกแซงสื่อ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ปชน.โชว์จุดยืน ยื่นญัตติด่วนตั้ง กมธ.ศึกษาแนวทางปฏิรูป 'ไทยพีบีเอส-กองทุน 3 ส.' แนะรัฐบาลฟังเสียงรอบด้าน อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า แทรกแซงสื่อสาธารณะ
Key facts
- นายอนุสรณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงวาระซ่อนเร้นด้านผลประโยชน์ทับซ้อนว่า เดิมการจัดเก็บภาษีบาปเพิ่มเติมสำหรับกองทุนเหล่านี้ถูกระบุไว้ในพระราชบัญญัติอย่างชัดเจน เช่น กรณีไทยพีบีเอสที่จัดเก็บในอัตรา 1.5% หรือไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี
- เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา สส.พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดย น.ส.ณัฐยา บุญภักดี นายอนุสรณ์ ธรรมใจ นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ และนายภัณฑิล น่วมเจิม แถลงข่าวยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
- ประเด็นที่สอง คือการปฏิรูปงบประมาณด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งหากมองในภาพรวมของประเทศ งบประมาณด้านนี้ของไทยยังถือว่าน้อยมาก คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10% ของงบประมาณด้านสุขภาพทั้งหมด
- ประเด็นแรก คือการศึกษาบทบาทของคณะกรรมการและการบริหารจัดการภายในที่สามารถปรับปรุงได้ทันที โดยยังไม่ต้องแก้ไขพระราชบัญญัติ เพื่อเรียนรู้และประเมินว่าการให้ทุนและการลงทุนของ สสส. ที่ผ่านมามีผลลัพธ์ความคุ้มค่าอย่างไร
Summary
ประการต่อมา คือผลกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะและการทำงานควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ซึ่งมักจะต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่เป็นประจำ หากไม่มีงบประมาณที่แน่นอนและต่อเนื่องย่อมกระทบต่อการคุ้มครองประชาชน นอกจากนี้ยังกระทบต่อภาระการคลังระยะยาวด้านสุขภาพ เนื่องจากภารกิจ ‘สร้างนำซ่อม’ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
น.ส.ณัฐยา กล่าวว่า ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ 4 ฉบับโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอแก้ไขแหล่งที่มาของรายได้ของทั้ง 3 กองทุน และ 1 องค์กร จากเดิมที่ได้รับเงินบำรุงซึ่งจัดเก็บเพิ่มจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ (ภาษีบาป) ให้เปลี่ยนมาเป็นการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยอ้างเหตุผลเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังตามนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนเห็นว่าการขอแก้ไขกฎหมายทั้ง 4
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ การจัดเก็บภาษีเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) ไม่ได้เป็นการละเมิดวินัยการเงินการคลังแต่อย่างใด รัฐบาลในนานาประเทศสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้หากก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภารกิจเพื่อประชาชนและประเทศชาติ เม็ดเงินจากภาษีบาปประมาณ 14,000 ล้านบาทต่อปีถือว่าไม่น้อย แต่หากสามารถทำให้ทั้ง 4 องค์กรบรรลุเป้าหมายตามพันธกิจได้ย่อมคุ้มค่า