Siam Blockchain
ศาลฎีกาไทยชี้ขาด Bitcoin คือทรัพย์สินจากคดีปล้นคริปโทฯ 1.8 ล้านบนเกาะสมุย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานผ่าน คำพิพากษาที่ 4929/2569 ว่า คริปโทเคอร์เรนซีเป็นทรัพย์สินที่เป็นวัตถุแห่งความผิด ฐานปล้นทรัพย์ได้
Key facts
- ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวางบรรทัดฐานผ่าน คำพิพากษาที่ 4929/2569 ว่า คริปโทเคอร์เรนซีเป็นทรัพย์สินที่เป็นวัตถุแห่งความผิด ฐานปล้นทรัพย์ได้
- คดีเกิดจากแก๊งต่างชาติ 5 คนข่มขู่และทำร้ายนักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย บังคับให้โอน 2.480801 BTC มูลค่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราว 1,878,000 บาท จำเลยถูกตัดสินจำคุก 10 ปี และต้องคืนบิตคอยน์หรือชดใช้เป็นเงินสด
- ศาลชี้ว่า บิตคอยน์เป็นหน่วยข้อมูลที่มีรูปร่างบนระบบเครือข่าย มีราคา และอาจถือเอาได้ จึงเข้าข่ายทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 137
Summary
แนวโน้มส่งผลต่อราคาอย่างไร: Neutral
ล่าสุดกระบวนการยุติธรรมไทยได้สร้างหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์ ผ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4929/2569 โดยมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งวางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดเจนว่า คริปโทเคอร์เรนซีถือเป็นทรัพย์สินที่เข้าข่ายความผิดฐานปล้นทรัพย์ได้ตามกฎหมาย
มูลค่าทางเศรษฐกิจ และการถือครองจริง: แม้หนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทยจะระบุว่า คริปโทเคอร์เรนซียังไม่ใช่เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและราคาผันผวนสูง แต่ก็รับรองข้อเท็จจริงว่า มันมีมูลค่าตามกลไกตลาด มีราคาอ้างอิงตรวจสอบได้จากเว็บไซต์สากล (เช่น CoinMarketCap) สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ หากมีผู้รับซื้อ และบุคคลทั่วไปสามารถถือครองได้จริง