Matichon
วัชรินทร์ ขานรับนโยบาย อสส.เตรียมกระบองให้ยักษ์ ผุดชุดสืบสวนอัยการ อุดช่องโหว่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด ได้มอบนโยบายสำคัญต่ออัยการทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรอัยการให้ก้าวสู่เชิงรุกในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรม อัยการสูงสุดยังได้สะท้อนภาพลักษณ์อัยการไทยในขณะนี้ว่าเปรียบเสมือนยักษ์ที่ไม่มีกระบอง และสิ่งที่อัยการไทยต้องมีคืออำนาจป้องปรามพร้อมยกตัวอย่าง FBI ในต่างประเทศ ภายหลังการเเถลงนโนบายอัยการสูงสุดในครั้งนั้น ต่อมาสำนักงานการสอบสวน
Key facts
- เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด ได้มอบนโยบายสำคัญต่ออัยการทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรอัยการให้ก้าวสู่เชิงรุกในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรม
- ดร.วัชรินทร์พูดในที่ประชุมข้าราชการในประเด็นนี้ว่า ที่ท่านอัยการสูงสุดบอกว่าอัยการไทยเป็น “ยักษ์ไร้กระบอง”
- คณะทำงานจึงต้องกลับมาทบทวนข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 ประกอบกับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่า
- ก้าวสู่บทบาทเชิงรุกในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคดีสำคัญอย่างแท้จริงเเต่ยังขาดหน่วยปฏิบัติการภาคสนามและชุดสืบสวนสนับสนุน
Summary
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากนายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด ได้มอบนโยบายสำคัญต่ออัยการทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรอัยการให้ก้าวสู่เชิงรุกในการปราบปรามองค์กรอาชญากรรม อัยการสูงสุดยังได้สะท้อนภาพลักษณ์อัยการไทยในขณะนี้ว่าเปรียบเสมือนยักษ์ที่ไม่มีกระบอง และสิ่งที่อัยการไทยต้องมีคืออำนาจป้องปรามพร้อมยกตัวอย่าง FBI ในต่างประเทศ ภายหลังการเเถลงนโนบายอัยการสูงสุดในครั้งนั้น ต่อมาสำนักงานการสอบสวน
วิสัยทัศน์ของอัยการสูงสุดที่ต้องการเห็น “อัยการไทย” ก้าวสู่บทบาทเชิงรุกในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคดีสำคัญอย่างแท้จริงเเต่ยังขาดหน่วยปฏิบัติการภาคสนามและชุดสืบสวนสนับสนุน
ดร.วัชรินทร์พูดในที่ประชุมข้าราชการในประเด็นนี้ว่า ที่ท่านอัยการสูงสุดบอกว่าอัยการไทยเป็น “ยักษ์ไร้กระบอง” ตรงใจตนที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาอัยการขาดหน่วยงานภาคปฏิบัติและเจ้าหน้าที่สืบสวนคอยสนับสนุนอย่างแท้จริง จากที่ตนเองเคยไปศึกษา ที่สถาบัน FBI Academy ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบบอัยการสากลมีอำนาจสูงสุดและคุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างสหรัฐฯ หรือแม้แต่รูปแบบใกล้เคียงอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ต่างมี “หน่วยงานสืบสวนและบังคับใช้กฎหมาย” ภายใต้สังกัดที่พร้อมลุยจับกุมและตรวจค้นได้ทันที
แต่หากมองหาโมเดลที่ใกล้เคียงและมีความเหมาะสมกับประเทศในเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ มีต้นแบบที่ชัดเจน โดยเฉพาะ สำนักงานอัยการเกาหลีใต้ (ที่กรุงโซล) ซึ่งมีบุคลากรหลักพันคน และมี “หน่วยบังคับใช้กฎหมาย” ของตนเอง มีเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนที่พร้อมออกปฏิบัติการลุยจับกุมและตรวจค้นได้ทันทีตามคำสั่งอัยการ ซึ่งเป็นรูปแบบที่อัยการไทยมีความจำเป็นต้องมีในปัจจุบัน