Khaosod
เทรนด์สุขภาพ จากการรักษาเมื่อป่วย สู่การป้องกัน-ชะลอก่อนเสื่อม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Key facts
- ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินชะลอวัย ซึ่ง Krungthai COMPASS และ Mordor Intelligence คาดการณ์ไว้ จะเติบโตถึง 4.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.68 แสนล้านบาทในปี 2027 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.2% ต่อปี
- โลกกำลังเปลี่ยนวิธีดูแลสุขภาพ จากเดิมรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา มาเป็นการดูแลตัวเองตั้งแต่ก่อนเกิดโรคหรือความเสื่อม แนวคิดนี้เป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพในปี 2026
- ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS วิเคราะห์ว่า หากไทยลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ลงได้เพียง 5% ด้วยเวชศาสตร์ป้องกันและอาหารชะลอวัย จะช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ได้สูงถึง 1.41 แสนล้านบาทต่อปี
- ถ้ารวมเทคโนโลยีตรวจวินิจฉัยเชิงป้องกัน สถาบันสุขภาพ และเวชศาสตร์ผสมผสานเพื่อการชะลอวัย (Complementary & Alternative Medicine for Anti-Aging & Longevity) ตลาดทั่วโลกมีมูลค่า 99.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และเพิ่มเป็น 122.23
- ตลาดนี้ยังขยายไปไกลกว่าธุรกิจสุขภาพ โดย Bank of America ประเมินว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ Longevity อาจสูงถึง 27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การเติบโตของตลาดสุขภาพเห็นได้จากมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพและเวลเนส (Wellness Economy) ของไทย ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) และหน่วยงานภาครัฐประเมินไว้ที่ 4.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.4-1.5 ล้านล้านบาท
Summary
โลกกำลังเปลี่ยนวิธีดูแลสุขภาพ จากเดิมรอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา มาเป็นการดูแลตัวเองตั้งแต่ก่อนเกิดโรคหรือความเสื่อม แนวคิดนี้เป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพในปี 2026
แนวคิดเรื่อง “อายุยืน” ก็เปลี่ยนไปด้วย จากเดิมที่มองว่าการมีชีวิตยืนยาว หรือ Lifespan คือเป้าหมายสำคัญ ไปสู่การให้ความสำคัญกับ Healthspan หรือช่วงเวลาที่คนยังมีสุขภาพดีและปราศจากโรคและความเสื่อมถอยเรื้อรัง
ข้อมูลจากการศึกษาเชิงระบาดวิทยาพบว่า ปัจจุบันมีช่องว่างระหว่าง Lifespan และ Healthspan ประมาณ 9-12 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนต้องเผชิญกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ภาวะสมองเสื่อม และความเสื่อมถอยทางสมรรถภาพอย่างหนัก การลดช่องว่างนี้จึงไม่ได้เกี่ยวกับการทำให้คนมีชีวิตยืนยาวขึ้นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของภาครัฐทั่วโลก
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS วิเคราะห์ว่า หากไทยลดจำนวนผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ลงได้เพียง 5% ด้วยเวชศาสตร์ป้องกันและอาหารชะลอวัย จะช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ได้สูงถึง 1.41 แสนล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้คิดเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 4.4 เท่าของการลงทุนเชิงป้องกัน ทำให้การดูแลสุขภาพก่อนเกิดโรคเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในภาครัฐและเอกชน