The Standard
‘กรมสรรพสามิต’ ลดภาษี B20-E20 สูญรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาทใน 3 เดือน ช่วยแบ่งเบาหนี้กองทุนน้ำมันฯ คุ้มค่าหรือไม่?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
‘กรมสรรพสามิต’ ประเมินลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ B20-E20 สูญรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาทใน 3 เดือน หลังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบหลัก ‘แสนล้านบาท’ ซึ่งนับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านหนี้สินนอกงบประมาณ (Off-Budget Liabilities) ให้กับการคลังไทย ขณะที่ KResearch ย้ำภาครัฐจำเป็นต้องหาจุดสมดุลระหว่างการลดภาระกองทุนน้ำมันฯ ควบคู่กับการบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ในช่วงที่ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อของครัวเรือนยังเป็นข้อกังวล
Key facts
- ‘กรมสรรพสามิต’ ประเมินลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ B20-E20 สูญรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาทใน 3 เดือน หลังกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบหลัก ‘แสนล้านบาท’ ซึ่งนับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านหนี้สินนอกงบประมาณ (Off-Budget Liabilities) ให้กับการคลังไทย
- วันนี้ (28 ตุลาคม) พรชัย ธีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นเวลา 3 เดือน อาจทำให้รายได้ภาษีลดลงประมาณ 15,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 5,000 ล้านบาทต่อเดือน
- ซึ่งนับเป็นการกลับมาติดลบเกิน 1 แสนล้านบาท เป็นรอบที่ 2 หลังจากเคยติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.3 แสนล้านบาทในปี 2565
- ตามข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 มีปริมาณการใช้เฉลี่ย 37,000 บาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 5.90 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
- ยังไม่สรุปต่ออายุมาตรการ รอประเมินผลครบ 3 เดือน
- ถ้าถามว่าจะชดเชยมาได้เต็ม 15,000 ล้านบาทไหม ก็คงต้องลองดูต่อไป”
Summary
วันนี้ (28 ตุลาคม) พรชัย ธีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นเวลา 3 เดือน อาจทำให้รายได้ภาษีลดลงประมาณ 15,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 5,000 ล้านบาทต่อเดือน ภายใต้สมมติฐานว่า ผู้ใช้รถเปลี่ยนจากน้ำมันประเภทเดิมมาใช้ B20 และ E20 เพิ่มขึ้นประมาณ 25%
ทั้งนี้ ครม. ได้มีมติปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 จาก 5.953 บาทต่อลิตร เหลือ 0.431 บาทต่อลิตร (ลด 5.522 บาทต่อลิตร) และ E20 จาก 6 บาทต่อลิตร เหลือ 0.358 บาทต่อลิตร (ลด 5.648 บาทต่อลิตร) เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 27 มกราคม 2570
“ถามว่าจะต่อหรือไม่ต่อ อันนี้ผมยังตอบ ณ วันนี้ไม่ได้ ต้องดูผลของมาตรการที่เกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เราก็จะมาประเมินแล้วนำรายงานต่อกระทรวงการคลังและรัฐบาลต่อไป” พรชัยกล่าว