Kaohoon
SCC ผนึก PTTGC ตั้ง JV ยักษ์ปิโตรเคมี 44:56 ดัน Synergy 6.8 พันล. ชงผู้ถือหุ้น 3 ธ.ค.นี้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ต.ค.69) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (Potential Joint Venture) ระหว่าง บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เพื่อรวมธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 ต.ค.69) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ (Potential Joint Venture) ระหว่าง บริษัท
- ล่าสุด SCGC และ PTTGC ได้บรรลุข้อตกลงในสาระสำคัญและกรอบเงื่อนไขหลักของการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้ว ภายหลังเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสถานะเชิงลึกเพื่อยืนยันข้อมูล (Confirmatory Due Diligence) โดยข้อตกลงครอบคลุมโครงสร้างการถือหุ้น
- นอกจากนี้ บริษัทร่วมทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม ภายหลังหักภาษีและเงินสำรองตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงความจำเป็นด้านรายจ่ายลงทุน การลงทุนในอนาคต และเงินทุนหมุนเวียนของกิจการด้วย
- ในส่วนของสินทรัพย์ที่จะรวมอยู่ภายใต้บริษัทร่วมทุน ฝั่ง SCGC ครอบคลุมโรงงานผลิตโอเลฟินส์ โรงงานผลิตพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ในประเทศไทย รวมถึงเงินลงทุนในบริษัท สยามโพลิเอททีลีน จำกัด บริษัท สยามเลเทกซ์สังเคราะห์ จำกัด บริษัท
Summary
ล่าสุด SCGC และ PTTGC ได้บรรลุข้อตกลงในสาระสำคัญและกรอบเงื่อนไขหลักของการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้ว ภายหลังเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสถานะเชิงลึกเพื่อยืนยันข้อมูล (Confirmatory Due Diligence) โดยข้อตกลงครอบคลุมโครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างธุรกรรม และมูลค่าประโยชน์ร่วมที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน (Quantified Synergies) อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนยังต้องดำเนินการตามเงื่อนไขและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ บริษัทร่วมทุนคาดว่าจะสร้างประโยชน์ร่วมจากการดำเนินงานเป็นประจำ (Recurring Annual Synergy) มูลค่าประมาณ 5,100-6,800 ล้านบาทต่อปี หรือ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังธุรกรรมแล้วเสร็จ โดยประโยชน์หลักมาจากการเสริมความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์และตลาดในธุรกิจปลายน้ำ การบริหารวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ร่วมกัน
สำหรับโครงสร้างการถือหุ้น PTTGC จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนสัดส่วน 56% ขณะที่ SCGC จะถือหุ้น 44% ส่งผลให้ PTTGC เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ส่วน SCGC ยังคงถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ โดยความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างผู้ประกอบการปิโตรเคมีชั้นนำระดับภูมิภาค และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยในตลาดโลก