Spring News
ขบวนการ 'พ่อไทยทิพย์' กุมารจีนสวมสิทธิคนไทย อึ้งเรียนจบหมอ-วิศวะ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตำรวจ-ฝ่ายปกครองทลายเครือข่าย 'พ่อไทยทิพย์' เฟส 3 ออก 46 หมายจับ พบเด็กจีนสวมสิทธิสัญชาติไทย 24 ราย โยง รพ. 8 แห่ง บางรายจบหมอ-วิศวะ ลุยเพิกถอนสัญชาติส่งกลับจีน
Key facts
- นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบเคสเด็กชายวัย 7 ขวบ และ 3 ขวบ โดยเด็ก 7 ขวบ มีพ่อทิพย์เป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ได้ค่าจ้างสวมสิทธิ์ 5,000 บาท ขณะที่เด็ก 3 ขวบ มีพ่อทิพย์เป็นถึงเจ้าของธุรกิจ 10 บริษัท
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมการปกครอง (ชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E.) แถลงผลการกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในยุทธการทลายเครือข่ายพ่อทิพย์ เฟส 3[3] โดยการเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดได้รวม 46 หมายจับ
- หนึ่งในเคสที่สร้างความตกตะลึงคือ ชายอายุ 27 ปี ซึ่งเรียนจบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และทำงานเป็นวิศวกร บริษัทสายไฟฟ้า รายได้เดือนละ 30,000 บาท ผล DNA ชี้ชัดว่าพ่อแม่แท้ๆ เป็นชาวจีน
- อีกหนึ่งกรณี คือฝาแฝดชายวัย 23 ปี คนพี่กำลังศึกษาชั้นปีที่ 5 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำ และถูกจับขณะฝึกงานที่โรงพยาบาลใน จ.ชลบุรี ส่วนคนน้องจบจากมหาวิทยาลัยในฮ่องกง ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ รายได้ 50,000 บาท/เดือน เมื่อตรวจสอบพบว่า
Summary
ในการทำงานเฟส 3 เจ้าหน้าที่ได้นำตัวอย่าง DNA ของเด็กเป้าหมาย 24 ราย ไปตรวจเปรียบเทียบกับกลุ่มชายไทยที่มีชื่อเป็นบิดาในสูติบัตร ผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจนว่า ชายไทยทุกคนที่อ้างเป็นพ่อ 'ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด' กับเด็กแม้แต่รายเดียว นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาเบื้องต้น 24 ราย จากการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมการปกครอง (ชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E.) แถลงผลการกวาดล้างขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในยุทธการทลายเครือข่ายพ่อทิพย์ เฟส 3[3] โดยการเปิดปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดได้รวม 46 หมายจับ ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล แม่ชาวต่างด้าว พ่อชาวไทยทิพย์ พ่อต่างด้าวที่แท้จริง และกลุ่มกุมารทิพย์
สำหรับเด็กทั้ง 24 รายที่พบว่าได้สัญชาติไทยมาโดยมิชอบ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครองระบุว่าจะเข้าสู่กระบวนการยกเลิกสูติบัตรและเพิกถอนสัญชาติไทยทันที ซึ่งจะทำให้สถานะทางกฎหมายกลับไปเป็นบุคคลต่างด้าว จากนั้นจะส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับประเทศจีนต่อไป