Post Today
“สส.บุญรวี” ชม รมว.เกษตรฯ“สุริยะ”สั่งกรมวิชาการเกษตร เคลียร์ให้ชัด เคสกะเพรา 7 วันรู้ผล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
"สส.บุญรวี" ชม "สุริยะ" สั่งกรมวิชาการเกษตรเคลียร์เคสกะเพรา ลั่น 7 วันรู้ผล
Key facts
- พร้อมกันนี้ นายบุญรวี ยังได้ให้ข้อมูลการยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 พบว่า มีคำขอจดทะเบียนพืชพันธุ์ใหม่รวมกันเกือบ 3,000 คำขอ โดยกลุ่มพืชที่มีการยื่นคำขอมากที่สุดเรียงตามลำดับ ได้แก่ กลุ่มพืชไร่
- ขอเรียนว่า พรรครวมใจไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหาร และพืชเศรษฐกิจไทยที่วันนี้ ต้องบอกว่า กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ และน่าตกใจยิ่ง เมื่อได้รับทราบมาว่า อาจมีกลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย
- นายบุญรวี กล่าวย้ำว่า การออกมาเปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าว
- มาจากความห่วงใยอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ และอาชีพการเกษตรที่เป็นอาชีพหลักของคนไทยมาแต่โบราณกาล เพราะหากเกิดเหตุการณ์กลุ่มทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนหรือนอมินี ดำเนินการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่จริง
Summary
นายบุญรวี ยมจินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย เปิดเผยว่า ขอชื่นชม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ให้ความสำคัญกับการปกป้องประโยชน์ของเกษตรกรไทย และดูแลเอกราชพันธุ์พืชไทย โดยได้สั่งการด่วนให้กรมวิชาการเกษตรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบริษัท ซีพีแรม จำกัด ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ กะเพรา 4 สายพันธุ์ ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความกระจ่างชัดให้กับสังคม
“ ขอเรียนว่า พรรครวมใจไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหาร และพืชเศรษฐกิจไทยที่วันนี้ ต้องบอกว่า กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ และน่าตกใจยิ่ง เมื่อได้รับทราบมาว่า อาจมีกลุ่มทุนต่างชาติที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย ใช้คนไทยเป็นนอมินี ในการยื่นจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ดังนั้นจึงอยากของเป็นเสียงสะท้อน พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัย ไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะต้องเร่งเข้ามาตรวจสอบ และจัดการอย่างเด็ดขาด
นายบุญรวี กล่าวย้ำว่า การออกมาเปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าว มาจากความห่วงใยอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกรที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ และอาชีพการเกษตรที่เป็นอาชีพหลักของคนไทยมาแต่โบราณกาล เพราะหากเกิดเหตุการณ์กลุ่มทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนหรือนอมินี ดำเนินการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่จริง ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงความเสี่ยงต่อเอกราชทางพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย และแสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการตรวจสอบของรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง