Thansettakij
จับตากฎใหม่ 'เครดิตเทอม' เอกชนหวั่นดาบสองคม เสี่ยงกระทบหนัก SME
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“ตั้งงี่สุน“ ชี้กฎใหม่คุม Credit Term อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ธุรกิจค้าปลีก ดันห้างเข้มงวดในการรับสินค้าใหม่ หวั่น SMEs เสียโอกาสเข้าถึงช่องทางจำหน่าย กลายเป็นดาบสองคม
Key facts
- เปิด 4 ความเสี่ยง ห้างใหญ่เข้มงวดรับสินค้า SME
- ชี้ SME ตั้งราคาจากต้นทุน แต่ขาดงบการตลาด แข่งขันยาก
- หวั่นกระทบระบบฝากขาย ห้างต้องแบกรับความเสี่ยงเอง
- เตือน SME เสี่ยงเสียโอกาส หากคู่ค้าตัดสัมพันธ์
- ปัญหาสำคัญอีกด้านคือผู้ประกอบการ SME บางรายยังขาดความเข้าใจเรื่องการตั้งราคาและการทำตลาด ยกตัวอย่างผู้ผลิตที่คำนวณต้นทุนสินค้า 10 บาท บวกต้นทุนสร้างแบรนด์ 5 บาท และกำไร ที่ตั้งราคาขายส่ง 25 บาท เพื่อให้ร้านค้าขายปลีกในราคา 40 บาท
- ในทางกลับกัน สินค้าคู่แข่งที่มีแบรนด์เป็นที่รู้จักอาจมีต้นทุนรวมกำไรสำหรับการขายส่งเพียง 15 บาท ทำให้สามารถแข่งขันด้านราคาได้มากกว่า และการนำสินค้าจากรายย่อยเข้าสู่ห้างค้าปลีกจึงไม่อาจรับประกันว่าจะขายได้ เพราะผู้บริโภคยังต้องพิจารณาราคา
Summary
ห้างค้าปลีกอาจลดความเสี่ยงโดยเพิ่มความเข้มงวดในการรับสินค้าใหม่จาก SME, ลดปริมาณการสั่งซื้อ, หรือปฏิเสธการรับสินค้า ซึ่งจะทำให้ SME เข้าถึงตลาดยากขึ้น
การกำหนดเงื่อนไขใหม่ 'เครดิตเทอม' (Credit Term) กำลังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา หลังคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กำหนดหลักเกณฑ์ระยะเวลาชำระเงินระหว่างผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไม่เกิน 45 วัน สำหรับการค้า การผลิต และบริการทั่วไป และไม่เกิน 30 วัน สำหรับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน โดยประกาศจะมีผลบังคับใช้วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569
กฎหมายใหม่กำหนดให้ธุรกิจขนาดใหญ่ชำระเงินค่าสินค้าให้ SME ภายใน 45 วัน (สินค้าทั่วไป) และ 30 วัน (สินค้าเกษตร) เพื่อช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่อง