Thansettakij
ลดภาษี E20-B20 แค่ยาแก้ปวด ถึงเวลาปฏิรูปพลังงานไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,248
Key facts
- ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ราคานํ้ามันดิบ Brent ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาขายปลีกในไทยสะท้อนภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องแบกรับ ทั้งแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ 42.04 บาทต่อลิตร ดีเซลที่ 43.54 บาท และดีเซล B20 ที่ 37.19 บาท
- การที่คณะรัฐมนตรี (27 ต.ค. 2569) เห็นชอบลดภาษีสรรพสามิตแก๊สโซฮอล์ E20 ลง 5.60 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 ลง 5.50 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้ราคานํ้ามันถูกลง ถือเป็นมาตรการที่มีทิศทางน่าสนับสนุน
- บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,248 วันที่ 29-31 ตุลาคม พ.ศ. 2569
- โจทย์ใหญ่จึงอยู่ที่การทำให้มาตรการช่วยเหลือมีประสิทธิภาพและยั่งยืน รัฐต้องเร่งตรวจสอบการส่งผ่านประโยชน์จากการลดภาษี ไปยังราคาขายปลีกอย่างแท้จริง พร้อมประเมินผลหลังครบ 3 เดือนว่าประชาชน ภาคขนส่ง และเกษตรกรได้รับประโยชน์จริงเพียงใด
Summary
KEY
สงครามสหรัฐกับอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ ตอกยํ้าบทเรียนสำคัญว่า วิกฤตพลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นความเสี่ยงที่ส่งผ่านถึงค่าครองชีพประชาชน ต้นทุนธุรกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เมื่อราคานํ้ามันโลกยังผันผวนรุนแรง การหวังให้ราคากลับไปอยู่ระดับตํ่าเหมือนในอดีตอาจไม่ใช่ทางออกที่เพียงพออีกต่อไป
ภาระดังกล่าวไม่ได้จบลงที่หน้าปั๊ม แต่ยังส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง ราคาสินค้า และต้นทุนการผลิตในแทบทุกภาคส่วน
วิกฤตครั้งนี้จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงปัญหาราคาหน้าปั๊ม แต่เป็นบททดสอบความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ รัฐบาลต้องใช้มาตรการระยะสั้นประคองประชาชนไปพร้อมกับวางรากฐานระยะยาว เพราะหากยังแก้ปัญหาด้วยการลดภาษีและอุดหนุนราคาเป็นครั้งคราว ไทยก็จะต้องกลับมาเผชิญวิกฤตเดิมทุกครั้งที่โลกเกิดความขัดแย้ง