Thansettakij
ภัยฉ้อโกงทางไซเบอร์: ความท้าทายเชิงระบบ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย... รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4248 + 4249
Key facts
- การเสริมสร้างความเข้มแข็งตลอดวงจรเพื่อลดภัยฉ้อโกง ประกอบด้วย 4 ข้อพิจารณา คือ หนึ่ง การออกแบบบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ปลอดภัยตั้งแต่ต้น สองดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุกและปรับตัวได้ทันท่วงที สาม สร้างสถาปัตยกรรมตรวจจับภัยฉ้อโกงเชิงระบบ และสี่ ดำเนินกลไกตอบสนองและเยียวยาที่สอดประสานกัน
- การขยายความร่วมมือทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 2 ข้อพิจารณา คือ หนึ่ง ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนภายในประเทศ รวมไปถึงภาคนอกการเงิน และสอง การประสานความร่วมมือและการแบ่งปันข้อมูลข้ามพรมแดน
- ควรมีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเบื้องต้น ให้ผู้ประกอบการร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนตามระดับความเสี่ยงและบทบาท เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายในการดำรงชีพระหว่างรอข้อยุติ โดยไม่บังคับให้ผู้เสียหายสละสิทธิเรียกค่าเสียหายส่วนที่เหลือ
- การส่งเสริมการคุ้มครองและสร้างภูมิคุ้มกันแก่ผู้บริโภค ซึ่งก็คือ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้บริโภค สร้างและยกระดับการตระหนักรู้เชิงพฤติกรรม การเตือนภัยที่ตรงสถานการณ์ และการสร้างกลไกรับเรื่องร้องเรียนเบ็ดเสร็จ
- ให้ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับเงินคืน โดยไม่ต้องพิสูจน์ระบบที่ตนเข้าถึงไม่ได้ กฎหมายต้องกำหนดสิทธิคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้งกรณี Unauthorized Fraud และ Scam-Induced Authorized Fraud โดยผู้เสียหายแสดงหลักฐานที่มี ส่วนผู้ให้บริการต้องเป็นผู้พิสูจน์ข้อมูลทางเทคนิคหากจะปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมกำหนดระยะเวลาจ่ายเงินคืนที่แน่นอน
- กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มและโทรคมนาคมให้ป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย กฎหมายต้องบังคับให้แพลตฟอร์มดิจิทัลและค่ายโทรคมนาคมตรวจสอบผู้ลงโฆษณาและผู้ขายก่อนอนุญาต จัดเก็บหลักฐานโฆษณา เร่งถอดโฆษณาหลอกลวง และร่วมรับผิดชอบหากละเลยหน้าที่จนเกิดความเสียหาย
Summary
ภัยฉ้อโกงทางไซเบอร์ได้ยกระดับเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้การประชุม IMF-WB ออก "พิมพ์เขียวกรุงเทพ" (Bangkok Blueprint) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในการจัดการปัญหาทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่การป้องกันไปจนถึงการเยียวยา
สถานการณ์ในไทยยังน่ากังวล เนื่องจากเงินถูกโอนผ่านบัญชีม้าอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที ทำให้การอายัดและคืนเงินทำได้น้อย สวนทางกับจุดอ่อนด้านการป้องกันต้นทางที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ
1.การสร้างกรอบยุทธศาสตร์และกฎหมาย ประกอบด้วย 2 ข้อพิจารณาคือ หนึ่งการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการเงินดิจิทัลที่มั่นคงปลอดภัยจากภัยฉ้อโกง มีหน่วยงานรับผิดชอบหลักและกำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้ และสองการมีกรอบกฎหมาย กฎระเบียบ และการกำกับดูแลที่ครอบคลุม ทั้งการกำหนดความรับผิดชอบ และสิทธิคุ้มครอง การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการอายัด/และการคืนเงินผู้เสียหาย