สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
“พลพีร์-เจเศรษฐ์” นั่งหัวโต๊ะประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม มท. เดินหน้ายกระดับมาตรการกวาดล้างขบวนการสวมสิทธิ์สัญชาติ-ธุรกิจนอมินีผิดกฎหมาย ย้ำชัด ข้าราชการทุจริตต้องดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมหนุนเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยสืบสวน และกำชับกลไกพื้นที่ติดตามพฤติกรรมผู้เคยกระทำผิดซ้ำอย่างต่อเนื่อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่น
Key facts
- นายพลพีร์ กล่าวว่า ในนามผู้บริหารที่ได้ติดตามการทำงานของชุดเฉพาะกิจมาอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านจากใจจริงในทุกภารกิจที่ได้ร่วมปฏิบัติการมา แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรค ความยากลำบาก และต้องเสียสละเวลาส่วนตัวในการลงพื้นที่หาข้อมูล
- มุ่งปราบปรามความผิดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ละเว้นว่าจะเป็นสถานบริการหรือบุคคลใด
- สิ่งสำคัญในทุกภารกิจคือการดำเนินการให้ “ครบลูป”
- อย่างแท้จริง หากพบการรับผลประโยชน์หรือมีการแอบอ้างข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะสังกัดกระทรวง ทบวง กรมใด จะต้องสืบสวนระบุตัวตนและนำตัวมารับโทษทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ซึ่งปัจจุบันทาง ป.ป.ท. ได้เข้ามาร่วมสืบสวนอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน
Summary
“สิ่งสำคัญในทุกภารกิจคือการดำเนินการให้ “ครบลูป”
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคมของกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายวิฬุรห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายอนุชา เรืองอมรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ อธิการบดีวิทยาลัยการปกครอง
นายพลพีร์ กล่าวต่อไปว่า ชุดเฉพาะกิจของเราจะเดินหน้าปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องตามกรอบอำนาจหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย โดยต้องขอเน้นย้ำว่า มิได้เป็นการก้าวก่ายภารกิจของหน่วยงานอื่น หากพบข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยกระทำผิด เราจะดำเนินคดีทันทีโดยไม่มีการปกป้อง ทั้งนี้ ต้องเรียนว่าแนวทางการทำงานของตนในทุกครั้งที่ลงพื้นที่จับกุม มักจะเห็นตนเปิดสปีกเกอร์โฟนในการรับสายสนทนาเสมอ เพื่อให้พนักงานฝ่ายปกครองได้ยินข้อเท็จจริงพร้อมกัน นำไปสู่การทำสำนวนและขยายผลทางคดีได้อย่างรัดกุม