Krungthep Turakij
IMF ชี้สิทธิประโยชน์ภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษดึงทุนได้แต่ไม่ยั่งยืนซ้ำไม่เป็นธรรมต่อเศรษฐกิจ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รายงาน Special Economic Zones and How to Tax Them โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่เมื่อ 27 ก.ย.2569 ระบุว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในฐานะเครื่องมือสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีความแตกต่างกันใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
Key facts
- ปัจจุบันพื้นที่ 3 จังหวัด (ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) ในเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกมีนิติบุคคลคงอยู่ ณ 30 ก.ย.2569 จำนวน 106,411 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 2,300,118.68 ล้านบาทแบ่งเป็น จ.ชลบุรี 77,757 ราย คิดเป็น 73.07% จ.ระยอง 19,891
- เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิว ฮอไรซัน ซิตี้ จังหวัดชลบุรี รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแปรรูปอาหาร การบินและโลจิสติกส์ และดิจิทัล รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG)
- เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร หุ่นยนต์ ดิจิทัล การบินและโลจิสติกส์ และการแพทย์และสุขภาพครบวงจร
- ในด้านพื้นที่ ภาคกลางมีมูลค่าขอรับการส่งเสริมสูงสุด 955,260 ล้านบาท จาก 778 โครงการ รองลงมา ได้แก่ ภาคตะวันออก 632,320 ล้านบาท จาก 856 โครงการ โดยทั้งสองภูมิภาคเป็นพื้นที่ฐานอุตสาหกรรมหลักของประเทศ มีมูลค่ารวมกันถึง93% ของคำขอทั้งหมด
- ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า การจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือน ม.ค. – ก.ย. 2569 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเขตพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวม 7,491 รายลดลง 14.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (AoA ) ด้านทุนจดทะเบียน 19,565.22
- ธุรกิจที่ลงทุนโดยสัญชาติญี่ปุ่นสูงสุด 3 อันดับแรก เรียงลำดับจากมูลค่าทุนจดทะเบียน ได้แก่ ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ สำหรับยานยนต์มูลค่าการลงทุน 83,539.44 ล้านบาท รองลงมาผลิตอะลูมิเนียมและผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม มูลค่าการลงทุน 39,186.51
- นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า มูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-ก.ย.) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,954 โครงการ
- ภาคกลาง-ตะวันออกถือ 93%มูลค่าลงทุนประเทศ
Summary
โดย SEZs จำนวนมากไม่ได้สร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญหรือยั่งยืนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม SEZs ที่ประสบความสำเร็จแม้จะมีจำนวนไม่มากนัก กลับส่งผลให้เครื่องมือการพัฒนานี้ได้รับความนิยมอย่างสูงเกินกว่าความเป็นจริง ซึ่งชี้ให้เห็นว่า SEZs อาจไม่เหมาะกับทุกประเทศหรือทุกระดับของการพัฒนา
ปัจจุบัน SEZs ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกเท่านั้น แต่ครอบคลุมขอบเขตการพัฒนาทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเกือบทุกรูปแบบ ตั้งแต่การผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ไปจนถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการให้บริการทางธุรกิจเฉพาะทาง
สำหรับประเทศกำลังพัฒนา การมุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ โดยอาศัยความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบภายในประเทศและกลยุทธ์การพัฒนา อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการใช้ SEZs เป็นแหล่งขับเคลื่อนการเติบโต แต่ SEZs ที่ประสบความสำเร็จก็อาจก่อให้เกิดภาระทางการคลังและความบิดเบือนทางเศรษฐกิจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบ