Krungthep Turakij
อสังหาฯ จ่อถกขุนคลังชงมาตรการรอบใหม่ หวังเติมแรงซื้อ-ลดภาระผู้ประกอบการ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
3 สมาคมอสังหาฯ จ่อถก 'เอกนิติ' ขุนคลังชงมาตรการรอบใหม่ หวังเติมแรงซื้อ-ลดภาระผู้ประกอบการพยุงตลาดที่อยู่อาศัย ตั้งแต่เพิ่มเพดานลดหย่อนภาษีซื้อบ้านเป็น 2 แสนบาท หั่นภาษีที่ดิน สินค้ารอโอนเหลือ 0.03% หลังตลาดเผชิญโจทย์ใหญ่กำลังซื้อเปราะบาง-ปฏิเสธสินเชื
Key facts
- กำลังซื้อเปราะบาง สินเชื่อไม่ผ่านครึ่งปีแรก 44% ลุ้นแตะ 50%
- สินเชื่อดังกล่าวกำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี และอัตราดอกเบี้ย 2.6-2.8% โดยมีเป้าหมายช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
- นายสุนทร กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังซื้อยังเปราะบาง โดยอัตราลูกค้าที่ขอสินเชื่อธนาคารไม่ผ่านอยู่ในระดับสูง ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 44% และคาดว่าทั้งปีอาจเพิ่มขึ้นแตะ 50%
- ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท
- อีกประเด็นคือ การปรับการจัดเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมโอนที่ยังไม่มีผู้ซื้อ ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการต้องรับภาระภาษีในอัตราประเภทพาณิชยกรรม 0.3% สมาคม
- มาตรการเดิมยังไม่พอ แม้ลดค่าโอน-ผ่อน LTV-เติมสินเชื่อบ้าน
- ปัญหาสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2569 ไม่ได้อยู่ที่จำนวนโครงการหรือโปรโมชันเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถของผู้บริโภคในการกู้ซื้อบ้าน ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการเปลี่ยนยอดจองให้กลายเป็นยอดโอนกรรมสิทธิ์
Summary
นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย เตรียมหารือข้อเสนอเพิ่มเติมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกำหนดเป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 ระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-1 พ.ย.2569 ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซื้อบ้าน จาก 100,000 บาท เป็น 200,000 บาท
ข้อเสนอหลักคือ การเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อบ้านเป็น 200,000 บาท และปรับลดภาษีที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จที่ยังขายไม่ออก
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อที่เปราะบาง และลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ท่ามกลางปัญหาอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่คาดว่าจะสูงถึง 50%