Bangkok Today
“เต้ มงคลกิตติ์” ร้อง กมธ. ตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“เต้ มงคลกิตติ์” ร้อง กมธ.ฟอกเงิน สอบปมสินบน CCTV 40 ล้าน! พาดพิงนักการเมืองดัง–อดีตปลัดแรงงาน (กรรมการ ป ป.ง ) และ เลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร โยงเส้นเงินซื้อหุ้น-ลงทุนทรัพย์สิน
Key facts
- วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มูลค่ารวมที่ถูกกล่าวอ้าง 40 ล้านบาท
- หนังสือร้องเรียนระบุข้อกล่าวอ้างว่า กรณีแรกเกี่ยวข้องกับโครงการกล้อง CCTV ซึ่งมีการกล่าวหาว่า เรียกรับผลประโยชน์ 15 ล้านบาท พร้อมพาดพิงถึงการนัดหมายรับเงิน 1 ล้านบาท ที่โรงแรมย่านประตูน้ำ
- ผู้ร้องยังกล่าวอ้างถึงการเรียกรับผลประโยชน์เพิ่มเติมอีก 25 ล้านบาท โดยระบุว่า มีนักการเมืองรายหนึ่งได้รับเงิน 20 ล้านบาท ขณะที่อีก 5 ล้านบาทถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับนายบุญชอบและเจ้าหน้าที่ระดับปลัดกระทรวงแรงงานในขณะนั้น
- เปิดปมเงิน 40 ล้าน ไล่เส้นทางถึงปลายทาง! ต้องรอดูว่าคณะกรรมาธิการจะรับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบอย่างไร ขณะที่ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน และยังไม่มีข้อสรุปว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงกระทำผิดจริงหรือไม่
Summary
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มูลค่ารวมที่ถูกกล่าวอ้าง 40 ล้านบาท โดยพาดพิงนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อดีตปลัดกระทรวงแรงงาน (กรรมการ ป.ป.ง)
งานนี้ผู้ร้องไม่ได้ต้องการให้ตรวจสอบเพียงเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ แต่ยังขอให้ไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดว่า เงินตามข้อกล่าวหาถูกนำไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แปรสภาพเป็นทรัพย์สิน หรือใช้ลงทุนผ่านบุคคลและนิติบุคคลอื่นหรือไม่ รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่
เปิดปมเงิน 40 ล้าน ไล่เส้นทางถึงปลายทาง! ต้องรอดูว่าคณะกรรมาธิการจะรับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบอย่างไร ขณะที่ข้อกล่าวหาทั้งหมดยังต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน และยังไม่มีข้อสรุปว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงกระทำผิดจริงหรือไม่