MGR Online
จับตาเงินภาษี ! งบจัดงานพืชสวนโลก 2 จังหวัดหลายพันล้าน พีอาร์อุดรฯ 338.8 ล้าน ยังไม่พอ ขอเพิ่มอีก 254 ล้าน ประชาชนต้องจ่าย แต่ใครรับผิดชอบถ้าไม่คุ้ม?
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้(27 ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการมหกรรมพืชสวนโลกทั้งจังหวัดอุดรธานีและนครราชสีมา กำลังถูกจับตาอย่างหนักในประเด็นความคุ้มค่าของการใช้เงินภาษีประชาชน หลังปรากฏตัวเลขกรอบงบประมาณหลายพันล้านบาท ขณะที่โครงการประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการพืชสวนโลก
Key facts
- คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและกระทรวงเกษตร ฯ จะพิสูจน์ความคุ้มค่าอย่างไร หรือประชาชนต้องรับรู้เพียงตัวเลขงบประมาณและตัวเลขเงินสะพัดที่คาดการณ์ไว้เท่านั้น? พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 กรอบงบประมาณ 2,500 ล้านบาท พืชสวนโลกนครราชสีมา 2572 กรอบงบประมาณ
- กรณีที่นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า งานพืชสวนโลกอุดรธานีคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 3 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 20,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 80,000 ตำแหน่ง
- ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ต้องตั้งคำถามว่า การใช้เงินระดับหลายพันล้านบาทมีการประเมินผลตอบแทนอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่ และมีหลักประกันอะไรว่าเม็ดเงินที่ลงทุนไปจะสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนอย่างคุ้มค่า
- งบพีอาร์ 338.8 ล้าน ยังขอเพิ่มอีก 254 ล้าน ต้องตอบให้ได้ว่าเพิ่มเพื่ออะไร โดยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างระบุว่า บริษัท มีเดีย ไอ แอม จำกัด ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็มดีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
- หากจะยืนยันว่าคุ้มค่า รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงวิธีคำนวณ ผลประโยชน์สุทธิที่เกิดขึ้นจริง ต้นทุนทั้งหมด และผลกระทบต่อภาระงบประมาณในระยะยาว ไม่ใช่หยิบเฉพาะตัวเลขที่ดูสวยงามมาอธิบายการลงทุน กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานดำเนินโครงการ
- อย่าบอกแค่ว่าจะมีเงินสะพัดเท่าไร แต่ต้องตอบให้ได้ว่าใช้เงินประชาชนไปเท่าไร ได้อะไรกลับมา และคุ้มค่าจริงหรือไม่!
Summary
วันนี้(27 ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการมหกรรมพืชสวนโลกทั้งจังหวัดอุดรธานีและนครราชสีมา กำลังถูกจับตาอย่างหนักในประเด็นความคุ้มค่าของการใช้เงินภาษีประชาชน หลังปรากฏตัวเลขกรอบงบประมาณหลายพันล้านบาท ขณะที่โครงการประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการพืชสวนโลกอุดรธานีมีสัญญาจ้างรวม 338.8 ล้านบาท และยังมีโครงการเพิ่มเติมที่มีราคากลางประมาณ 254 ล้านบาท ก่อนมีรายงานว่าถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและกระทรวงเกษตร ฯ จะพิสูจน์ความคุ้มค่าอย่างไร