Nation TV
ออกหมายจับ! "เบน-ยิม" ฟอกเงินข้ามโลก โยกเงินผ่านแบงก์กัมพูชา-กองทุนสิงคโปร์ ก่อนโยนเงินซื้อหุ้นใหญ่ "ตลาดหลักทรัพย์ฯ"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ออกหมายจับ! "เบน-ยิม" ฟอกเงินข้ามโลก โยกเงินผ่านแบงก์กัมพูชา-กองทุนสิงคโปร์ ก่อนโยนเงินซื้อหุ้นใหญ่ "ตลาดหลักทรัพย์ฯ" อายัดทรัพย์แล้วกว่า 2.1 หมื่นล้าน
Key facts
- ในส่วนของทรัพย์สิน คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดหุ้นไทยของเครือข่ายไว้ชั่วคราว มูลค่ารวมกว่า 14,808 ล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดและอายัดเรือยอชต์ รถยนต์ เงินฝาก และที่ดิน มูลค่ารวมกว่า 21,000 ล้านบาท
- 27 ตุลาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายมหากาพย์ฟอกเงินข้ามโลก ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปรสภาพเป็น หุ้น ขนาดใหญ่ใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
- ช่วงที่ 1 (ปี 2562 ถึง 2564): เครือข่ายใช้บัญชีส่วนตัว บัญชีของคนในครอบครัว และบัญชีนิติบุคคลที่ให้ภรรยาถือหุ้นและเป็นกรรมการไขว้กัน ซึ่งนิติบุคคลเหล่านั้นมีรายได้น้อยและขาดทุนเกือบทุกปี ขณะที่ นายยิมฯ และ นางสาวแคทรียาฯ
- ช่วงที่ 2 (ปี 2565 ถึง 2566): เครือข่ายเปลี่ยนวิธีการ โดยใช้ บัญชีจากประเทศกัมพูชาโอนเงินตรงเข้ามายังบัญชีของเครือข่ายในประเทศไทย แล้วส่งต่อไปยังกองทุนในประเทศสิงคโปร์ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน
- ช่วงที่ 3 (ปี 2567 ถึง 2568): ธนาคาร B.I.C
Summary
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 4 จุด สามารถตรวจยึดของกลางสำคัญที่เชื่อมโยงเส้นทางเงินของเครือข่ายได้หลายรายการ อาทิ สัญญากู้ยืมเงินและสัญญาซื้อขายหุ้น, เอกสารเกี่ยวกับกองทุนหุ้นจำนวน 6 แฟ้ม, อุปกรณ์เก็บคริปโทเคอร์เรนซีชนิด Ledger พร้อมอุปกรณ์ยืนยันตัวตน (Authenticator) รวม 3 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง, แท็บเล็ต 1 เครื่อง และแฟลชไดรฟ์
27 ตุลาคม 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายมหากาพย์ฟอกเงินข้ามโลก ซ่อนเงินผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศหลายชั้น ก่อนแปรสภาพเป็น หุ้น ขนาดใหญ่ใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
ACSC ระบุว่า ผู้ต้องหาที่ 1–7 ได้กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และเป็นผู้มีหน้าที่รายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์แต่ไม่รายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด”