Spring News
วิกฤต 'ขยะข้ามชาติ' 9.67 ล้านกิโลกรัม โจทย์ใหญ่การจัดการสิ่งแวดล้อมไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
เจาะวิกฤตขยะข้ามชาติทะลักไทย 9.67 ล้าน กก. ศุลกากรเปิดตู้แหลมฉบังพบอีเวสต์ปะปน ลุยสอบเครือข่าย 825 ตู้ สกัดไทยกลายเป็นถังขยะโลก
Key facts
- จุดเริ่มต้นของการลุยตรวจเข้มครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำทีมบูรณาการร่วมกับกรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และ DSI
- การลักลอบนำเข้าครั้งนี้ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และ อนุสัญญาบาเซล ซึ่งกติกา ระหว่างประเทศฉบับแก้ไขที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 กำหนดให้การเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนทุกประเภท
- เมื่อจำแนกประเภทของขยะข้ามชาติที่ยึดได้ทั้งหมด พบว่าส่วนใหญ่เป็นภัยเงียบต่อสุขภาพและระบบนิเวศ โดยแบ่งเป็น ของเสียอันตรายประมาณ 6.6 ล้านกิโลกรัม, ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ประมาณ 2.7 ล้านกิโลกรัม และ เศษพลาสติกอีกกว่า 300,000 กิโลกรัม
- ความคืบหน้าที่น่าจับตาคือการขยายผลไปสู่ระดับเครือข่าย โดยรัฐบาลกำลังเร่งตรวจสอบบัญชีตู้สินค้าต้องสงสัยเบื้องต้นมากถึง 825 ตู้ ซึ่งเชื่อมโยงกับบริษัทผู้ส่งออกในสหรัฐอเมริกา 7 บริษัท และบริษัทผู้นำเข้าในไทย 16 บริษัท ทั้งนี้
Summary
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญ หลังกรมศุลกากรเปิดเผยสถิติการจับกุมคดีสิ่งแวดล้อมในรอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – สิงหาคม 2569) รวม 187 คดี ยึดของกลางขยะข้ามชาติได้มากถึง 9.67 ล้านกิโลกรัม (ประมาณ 9,670 ตัน) คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 234.4 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้เป็นผลงานการจับกุมสะสมอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดกั้นของเสียอันตรายก่อนทะลักเข้าสู่ชุมชน
เมื่อจำแนกประเภทของขยะข้ามชาติที่ยึดได้ทั้งหมด พบว่าส่วนใหญ่เป็นภัยเงียบต่อสุขภาพและระบบนิเวศ โดยแบ่งเป็น ของเสียอันตรายประมาณ 6.6 ล้านกิโลกรัม, ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ประมาณ 2.7 ล้านกิโลกรัม และ เศษพลาสติกอีกกว่า 300,000 กิโลกรัม ซึ่งของเสียเหล่านี้หากไม่ถูกสกัดกั้น จะสร้างปัญหามลพิษเรื้อรังให้กับประเทศอย่างมหาศาล
จากการสุ่มเปิดตรวจตู้สินค้า พบพฤติกรรมการอำพรางอย่างแยบยล โดยตู้สินค้า 6 ตู้จากสหรัฐฯ สำแดงเท็จว่าเป็นเศษอะลูมิเนียมและของใช้ไม่ได้ แต่ภายในกลับพบ เศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซุกซ่อนปะปนมาด้วย ในขณะที่ตู้สินค้าจากประเทศอื่น เช่น โปแลนด์ สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ตรวจสอบแล้วพบว่ามีสินค้าตรงตามที่สำแดงและไม่พบการปนเปื้อน