Matichon
โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : จับชีพจรเศรษฐกิจโลก สัญญาณจากเวที IMF-World Bank 2026
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : จับชีพจรเศรษฐกิจโลก สัญญาณจากเวที IMF-World Bank 2026
Key facts
- ดาบสองคมของ AI การเติบโตที่ขนานไปกับความเสี่ยง
- โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : จับชีพจรเศรษฐกิจโลก สัญญาณจากเวที IMF-World Bank 2026
- เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้คนกว่า 19,000 คน จาก 191 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก มุ่งหน้ามายังไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังสั่นคลอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
- นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าวว่า ในปีนี้เศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.1% ซึ่งลดลง 0.4% จากอัตราการเติบโตในปี 2025 อันเป็นผลมาจากการสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- นายโรดริโก บัลเดส ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลัง IMF ระบุด้วยว่า หนี้สาธารณะทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยคาดว่าจะขึ้นไปแตะ 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีตัวแปรสำคัญมาจากสวัสดิการสังคมของประชากรสูงวัย
- นายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก หยิบยกประเด็นการเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งสำคัญ โดยกล่าวว่าในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า คนหนุ่มสาวจำนวน 1,200 ล้านคนจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน กระนั้นก็ดี คาดว่าจะมีตำแหน่งงานรองรับเพียงประมาณ 400 ล้านตำแหน่งเท่านั้น
Summary
การประชุมที่เกิดขึ้นนี้ จึงนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของการหารือ ระดมสมองและแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อวางรากฐานต่อความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจโลกสามารถทนทานต่อแรงกระแทกจากวิกฤตรอบด้าน ตลอดจนส่งเสริมหลักประกันที่ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังคงขับเคลื่อนและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้คนกว่า 19,000 คน จาก 191 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก มุ่งหน้ามายังไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังสั่นคลอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความเปราะบางของเขตเศรษฐกิจ ที่ต้องเผชิญกับความกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหนักหน่วงอยู่แล้ว ประกอบกับอิทธิพลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นต่อกระแสธารเศรษฐกิจโลก
นายโรดริโก บัลเดส ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลัง IMF ระบุด้วยว่า หนี้สาธารณะทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยคาดว่าจะขึ้นไปแตะ 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ภายในสิ้นทศวรรษนี้ โดยมีตัวแปรสำคัญมาจากสวัสดิการสังคมของประชากรสูงวัย งบประมาณด้านความมั่นคง อัตราดอกเบี้ยที่สูงตามราคาพลังงาน เงินเฟ้อและการลงทุนด้าน AI ที่ทำให้ภาคเอกชนออกตราสารหนี้เพิ่มขึ้น รวมถึงการตอบสนองต่อวิกฤตพลังงาน ซึ่งทำให้หลายประเทศพึ่งพามาตรการช่วยเหลือที่มีต้นทุนสูง