The Standard
รัฐบาลไฟเขียวกรอบเจรจา COP31-32 กางจุดยืนไทยดันเป้า Net Zero จี้ประเทศพัฒนาแล้วหนุนทุน-เทคโนโลยีสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (20 ตุลาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบท่าทีเจรจาของประเทศไทยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2569–2570 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประชุม COP31 ระหว่างวันที่ 9–20 พฤศจิกายน 2569 ณ เมืองอันตัลยา สาธารณรัฐตุรกี ตลอดจนการประชุม COP32 และเวทีเจรจาที่เกี่ยวข้อง
Key facts
- วันนี้ (20 ตุลาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)
- ท่าทีสำคัญของประเทศไทยบนเวทีเจรจาครั้งนี้ คือการเรียกร้องให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วแสดงบทบาทนำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งเพิ่มการสนับสนุนด้านเงินทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
- ขณะเดียวกัน ไทยเตรียมผลักดันความร่วมมือด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นที่ภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ การจัดการไฟป่า และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยธรรมชาติ นอกจากนี้
- ลลิดา กล่าวย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เวที COP เพื่อเปิดโอกาสให้ไทยเข้าถึงเงินทุนและเทคโนโลยี โดยยืนยันว่าการดำเนินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศต้องรักษาสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
Summary
ท่าทีสำคัญของประเทศไทยบนเวทีเจรจาครั้งนี้ คือการเรียกร้องให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วแสดงบทบาทนำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งเพิ่มการสนับสนุนด้านเงินทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้หลักความเป็นธรรมและความรับผิดชอบร่วมกันตามขีดความสามารถ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายสูงสุดของไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
สำหรับประเด็นด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ไทยมุ่งให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ ทั้งในรูปแบบเงินให้เปล่า ตราสารหนี้ และการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐกับเอกชน (PPP) พร้อมผลักดันกระบวนการ ‘การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม’ (Just Transition) โดยเน้นการพัฒนาทักษะแรงงานและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีประชาชนกลุ่มใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ขณะเดียวกัน ไทยเตรียมผลักดันความร่วมมือด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นที่ภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ การจัดการไฟป่า และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนกลไกความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิตตามข้อ 6 ของความตกลงปารีส (Article 6) โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศและมีมาตรการป้องกันการนับผลการลดก๊าซเรือนกระจกซ้ำซ้อน