← Back to KHAO

‘อัครนันท์’ เคลียร์ปม ‘พุทธิรังสีพิบูล-แตงโม ยูไนเต็ด’ รื้อ MOU ใหม่ จับตา 6 เดือนวัดผล

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเจรจา เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งกรณีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างนายปิยราช สืบเชื้อวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จังหวัดฉะเชิงเทรา กับนายสกล เกลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชมรมฟุตบอลพุทธิรังษีพิบูล ชมรมฟุตบอล ‘แตงโม ยูไนเต็ด’ ว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมเจรจา เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งกรณีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างนายปิยราช สืบเชื้อวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพุทธิรังสีพิบูล จังหวัดฉะเชิงเทรา กับนายสกล เกลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชมรมฟุตบอลพุทธิรังษีพิบูล ชมรมฟุตบอล ‘แตงโม ยูไนเต็ด’ ว่า การหารือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน

“สิ่งสำคัญคือ ทุกฝ่ายต้องยึดกฎระเบียบของโรงเรียนและศธ.เป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องทำงานร่วมกันให้ได้ เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือประโยชน์ของเด็ก เราไม่ต้องการให้การลงนาม MOU เป็นเพียงการเซ็นเอกสารแล้วจบ แต่ต้องทำให้ข้อตกลงเกิดผลในทางปฏิบัติจริง” นายอัครนันท์ กล่าว

นายอัครนันท์ กล่าวต่อว่า ภายหลังลงนาม MOU จะกำหนดระยะเวลาติดตามผลการดำเนินงาน 6 เดือน โดยศธ. จะส่งทีมงาน ทั้งฝ่ายนิติกรและทีมที่ปรึกษา เข้ามาทำหน้าที่ประสานงานระหว่างโรงเรียนกับชมรมฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน ไม่ปล่อยให้แต่ละฝ่ายต้องแก้ปัญหากันเองจนเกิดความขัดแย้งซ้ำอีก นอกจากนี้ เมื่อครบ 6 เดือน จะมีการประเมินผลตามตัวชี้วัดหรือ KPI เพื่อพิจารณาว่าข้อตกลงที่ทำร่วมกันสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ มีประเด็นใดต้องปรับปรุงแก้ไข และควรวางแนวทางทำงานร่วมกันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายสกล เกลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชมรมฟุตบอลพุทธิรังษีพิบูล กล่าวว่า พร้อมนำแนวทางที่ได้จากการหารือมาปรับใช้ หากรูปแบบการทำงานร่วมกันตาม MOU ฉบับใหม่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ ก็อยากให้สามารถนำไปเป็นต้นแบบให้โรงเรียนอื่นๆ ที่มีความร่วมมือกับบุคคลหรือองค์กรภายนอกได้ใช้เป็นแนวทาง เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นที่รับรู้ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

Read full article at Matichon →