Matichon
ครม. เทงบกลาง 10,508 ล้าน เยียวยาน้ำท่วม โฆษกรบ.โต้ ข่าวบิดเบือนงบหมด ทำปชช.ตระหนก
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ปี 2570 วงเงิน 10,508 ล้านบาท เพื่อ กันไว้สำหรับการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย เพื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตรียมไว้ในการจ่ายเยียวยา ซึ่งขณะนี้มีประชาชนอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ เพื่อขอรับการเยียวยาประมาณ 1 ล้านครัวเรือน
Key facts
- เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ปี 2570 วงเงิน 10,508 ล้านบาท เพื่อ
- นายเอกภพ กล่าวว่า ครม.ให้ความสนใจและให้ข้อคิดเห็นหลากหลายว่า สิ่งที่เห็นจากสื่อโซเชียล และการนำเสนอข่าวในช่วงที่ผ่านมา มีประเด็นข่าวที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงอยู่หลายเรื่องหลายประเด็น เช่น การจ่ายเงินล่าช้า
- นอกจากนั้นยังมีการบิดเบือนว่าการ ลงทะเบียนผ่านทางแอพพ์ “ทางรัฐ”
- ไม่อยากให้คนที่เป็นตัวแทนประชาชน ออกมาให้ข้อมูลและสร้างความตื่นตระหนก แล้วทำให้ชาว กทม. ไปต่อคิวรอรับการเยียวยา ขอย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งเยียวยาประชาชน ในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใด”
Summary
นายเอกภพ กล่าวว่า ครม.ให้ความสนใจและให้ข้อคิดเห็นหลากหลายว่า สิ่งที่เห็นจากสื่อโซเชียล และการนำเสนอข่าวในช่วงที่ผ่านมา มีประเด็นข่าวที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงอยู่หลายเรื่องหลายประเด็น เช่น การจ่ายเงินล่าช้า ซึ่งระบบเดิมของการเยียวยาเมื่อเกิดภัยทางท้องถิ่น เทศบาล จะต้องไปสำรวจความเสียหายและผู้อาศัยในบ้าน เพื่อขึ้นทะเบียนผู้ได้รับความเสียหายและประสบภัย และส่งข้อมูลให้ ปภ.รวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอของบกลางเยียวยา ทำให้ต้องใช้เวลาในการรับเงินเยียวยา ประมาณ 1 เดือน อย่างช้า 2-3 เดือน
นอกจากนั้นยังมีการบิดเบือนว่าการ ลงทะเบียนผ่านทางแอพพ์ “ทางรัฐ”
“ไม่อยากให้คนที่เป็นตัวแทนประชาชน ออกมาให้ข้อมูลและสร้างความตื่นตระหนก แล้วทำให้ชาว กทม. ไปต่อคิวรอรับการเยียวยา ขอย้ำว่ารัฐบาลจะเร่งเยียวยาประชาชน ในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใด”