Khaosod
แสนสิริ x ไทยพาณิชย์ เปิดเวทีรวมพลังขับเคลื่อนซัพพลายเชนอสังหาฯ หนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน 2 พันล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.
3 แหล่งข่าวยืนยัน
สองยักษ์ใหญ่ แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ เปิดเวทีรวมพลังซัพพลายเชนอสังหาฯ ติดสปีดการเติบโตด้วย “Sustainable Financing”วงเงินสนับสนุนจากไทยพาณิชย์กว่า 2 พันล้าน
Key facts
- สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ (Sustainable Financing) อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.50% ( ปีแรก ) สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติภายใน 31 ธันวาคม 2569 วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการด้าน Green
- วันที่ 20 ตุลาคม 2569 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดงาน “Synergy for SME Sustainable Success: ผนึกพลัง ขับเคลื่อน SME สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน”
- การบริหารความเสี่ยง ด้าน ESG และ3.การจัดการห่วงโซ่อุปทาน มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 4,000 ราย ทั้งหมดคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ เพราะเป็นภาคธุรกิจที่มีธุรกิจอื่นต่อเนื่องอีกมากมาย รวมไปถึงการว่าจ้างแรงงาน”
- สองยักษ์ใหญ่ แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ เปิดเวทีรวมพลังซัพพลายเชนอสังหาฯ ติดสปีดการเติบโตด้วย “Sustainable Financing”วงเงินสนับสนุนจากไทยพาณิชย์กว่า 2 พันล้าน
- สถานการณ์ปัจจุบันจะบอกว่าเลวร้ายกว่าปี 2540 หรือป่าว ก็คงไม่ มีดัชนีชี้วัดหลายตัว ที่น่าเป็นห่วง คือ หนี้ครัวเรือนสูง 90% สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้เราไม่สามารถขายของได้ และโอนไม่ได้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาใหญ่มาก”
- นายอุทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “แสนสิริ เราไม่ได้แค่มุ่งเป้าลดคาร์บอนขององค์กรลง 20% ในปี 2025 และมุ่งสู่ Net-Zero ในปี 2050 เท่านั้น แต่ความท้าทายเรื่องทรัพยากร ต้นทุนวัตถุดิบ และคุณภาพชีวิตแรงงาน คือปัจจัยที่รอไม่ได้
Summary
“สถานการณ์ปัจจุบันจะบอกว่าเลวร้ายกว่าปี 2540 หรือป่าว ก็คงไม่ มีดัชนีชี้วัดหลายตัว ที่น่าเป็นห่วง คือ หนี้ครัวเรือนสูง 90% สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ทำให้เราไม่สามารถขายของได้ และโอนไม่ได้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นปัญหาใหญ่มาก”
ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความท้าทาย แสนสิริและไทยพาณิชย์ มุ่งเน้นที่จะร่วมมือกันหาแนวทางช่วยเหลือและประคับประคองผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้สามารถก้าว ผ่านวิกฤตและเติบโตไปด้วยกันได้
ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทั้งผู้ว่าจ้างรายใหญ่ ผู้รับจ้างรายย่อย ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพราะความเชื่อใจ คือต้นทุนที่แพงที่สุดและขาดไม่ได้ในยามวิกฤต และท้ายที่สุดคือความรับผิดชอบในการประคองกันให้รอดคือสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ หากคนตัวเล็กในระบบสะดุดล้ม คนตัวใหญ่ก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้เช่นกัน