The Standard
“โดนกองทัพ IO กระทืบ” เมื่อ ‘งูเห่า’ เบิกความต่อศาลในคดี 44 สส. เผยเบื้องหลังคนแตกแถวเจออะไร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การพิจารณาคดี ‘44 สส.’ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ (20 ตุลาคม) ศาลฎีกาไต่สวนพยานของฝ่ายผู้ร้องคือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นัดที่ 3 ซึ่งเป็นนักการเมืองทั้งหมด โดยเฉพาะอดีต สส. พรรคก้าวไกล ที่ย้ายสังกัด และถูกขนานนามจากผู้สนับสนุนพรรคการเมืองสีส้มบางส่วนว่าเป็น ‘งูเห่า’
Key facts
- 5 คนไม่ร่วมลงชื่อแก้ ม.112 เชื่อ สส. ไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง
- แก้ ม. 112 เสมือน ‘ลดเกราะกำบังสถาบันฯ’ เปลี่ยนประเทศตามแนวทาง ‘ผู้นำจิตวิญญาณ’
- ทนาย 44 สส. แตกตัว ‘งูเห่า’ รับประกัน “ไม่มีอคติด้านลบต่อสถาบันฯ”
- ธีรัจชัย: พยานได้ให้การต่อ ป.ป.ช. เมื่อ 12 กันยายน 2567 พนักงานไต่สวนของ ป.ป.ช. ก็ไม่ได้สอบถามพยานถึงข้อบังคับเรื่องคณะกรรมการจริยธรรมสภาฯ หรือมติของสภาฯ ที่ต้องใช้เสียงเห็นชอบ 2 ใน 3 ในการดำเนินการใช่หรือไม่
- หลังการไต่สวนพยานที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ศาลได้นัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง (ป.ป.ช.) นัดสุดท้ายในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่จะถึงนี้ โดยจะมีการไต่สวนพยานทั้งหมด 3 ปาก และหนึ่งในนั้นคือ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาล ในฐานะอดีต สส. พรรคก้าวไกล
- คารม พลพรกลาง และ เกษมสันต์ มีทิพย์ เป็นอดีต สส. กลุ่มแรกที่เบิกความในฐานะพยานของคดีนี้ โดยได้เปิดเผยเบื้องหลังขั้นตอนการจัดทำร่างเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มานำเสนอต่อสมาชิกพรรคก้าวไกลให้อภิปรายแสดงความคิดเห็น
Summary
เอกสารสำคัญ แต่รองประธานสภาฯ ยังไม่ได้รับหรือไม่
แก้ ม. 112 เสมือน ‘ลดเกราะกำบังสถาบันฯ’ เปลี่ยนประเทศตามแนวทาง ‘ผู้นำจิตวิญญาณ’
คารม พลพรกลาง อดีตรองโฆษกรัฐบาลในสมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน เคยเป็น สส. พรรคอนาคตใหม่ มาจนถึงพรรคก้าวไกล ก่อนภายหลังจะย้ายเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยจนถึงปัจจุบัน