← Back to KHAO

คดีม.112 ของ ‘ไจโกะ’ ที่ศาลตีความขยายครอบคลุมอดีตกษัตริย์เพิ่มนักโทษการเมืองคนใหม่ ในวันที่มีกฎหมายสังคมสันติสุขแล้ว

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

นัดพิพากษาคดีมาตรา 112 เดือนตุลาคม 2569

15 ตุลาคม 2569 ศาลอาญามีนัดฟังคำ พิพากษา ของศาลฎีกา ในคดีของ ‘ไจโกะ’ (นามสมมติ) ตามข้อหาฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) โดยคำพิพากษาของศาลฎีกาให้จำคุก 2 ปี ไม่รอการลงโทษ ทำให้ ‘ใจโกะ’ ต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำหลังฟังคำพิพากษา และกลายเป็นนักโทษคดีมาตรา 112 คนล่าสุด

Key facts

Summary

25 พฤศจิกายน 2564 อัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาล โดย สรุปใจความคำฟ้อง ได้ว่า การกระทำของจำเลยเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทกษัตริย์และเป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ การโพสต์ข้อความพร้อมติดแฮชแท็กเกี่ยวกับกษัตริย์ใต้พระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 ที่มีพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 ว่า “ไม่ต้องจำว่าฉันคือใคร แต่จำว่าฉันทำอะไรก็พอ”

14 มีนาคม 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ‘ไจโกะ’ มีความผิดหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดในอายุ 19 ปีเศษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือเพียงจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา หลังจากนั้นศาลให้ประกันตัว ‘ไจโกะ’ จึงต่อสู้คดีต่อในชั้นอุทธรณ์ด้วยเหตุผลหลายประการเช่น ไม่มีพยานปากใดสามารถยืนยันว่า ‘ไจโกะ’ กระทำความผิด การตีความขยายองค์ประกอบความผิดที่เกินเลยไปคุ้มครองพระมหากษัตริย์ในอดีต เป็นต้น ต่อมาวันที่ 21 มกราคม 2569

ส่วนประเด็นที่จำเลยคัดค้านว่า ข้อความที่โพสต์ถึงรัชกาลที่ 9 ไม่ใช่รัชกาลที่ 10 การตีความมาตรา 112 ขยายไปถึงอดีตกษัตริย์เป็นการตีความเกินตัวบทนั้น ศาลเห็นว่ามาตรา 112 เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐไทย สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 6 ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้”

Read full article at iLaw →