MGR Online
พม่าเผยภาพ ‘อองซานซูจี’ ในรอบ 2 เดือน รับของพระราชทานจากกษัตริย์อังกฤษ พร้อมสถานะนักโทษหญิงพิเศษ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เอเอฟพี - ทางการพม่าเปิดเผยว่าอองซานซูจีได้รับสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรในวันจันทร์ (19) พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพถ่ายของผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพผู้นี้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยเรียกเธอว่าเป็น ‘นักโทษหญิงพิเศษ’ น
Key facts
- นับเป็นครั้งแรกที่ทางการพม่าได้ใช้คำนิยามดังกล่าวเรียกอองซานซูจี ที่ถูกโค่นอำนาจจากการรัฐประหารเมื่อปี 2564 เหตุการณ์ที่จุดชนวนให้เกิดสงครามกลางเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งข้อมูลจากองค์กรติดตามสถานการณ์ความขัดแย้ง ACLED
- เจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยได้พบกับเธอในวันจันทร์ เพื่อส่งมอบสิ่งของที่ประกอบด้วยหนังสือเกี่ยวกับดิน 2 เล่ม ซองจดหมายปิดผนึก 1 ซอง และเอกสารทางการทูตที่ปิดผนึก ส่งโดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ถึงนักโทษหญิงพิเศษ”
- สหราชอาณาจักรเคยเป็นเจ้าอาณานิคมของพม่ามาก่อน และเป็นที่ทราบกันว่าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในเรื่องการทำสวนและสิ่งแวดล้อม
- นอกจากคำแถลงแล้วยังมีภาพถ่าย 2 ภาพปรากฎอยู่ด้วย โดยเป็นภาพอองซานซูจีกำลังพบกับชาย 2 คน ที่หันหลังให้กล้อง
- มิน อ่อง หล่าย ผู้นำการรัฐประหารและอดีตหัวหน้าคณะรัฐรัฐบาลทหารได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีพลเรือนในเดือนเมษายน หลังจากการเลือกตั้งที่พรรคของอองซานซูจีไม่มีส่วนร่วม และหลังจากนั้นไม่นานเธอก็ถูกย้ายไปกักบริเวณในบ้าน
- ภาพเหล่านี้ดูเหมือนจะถ่ายในห้องเดียวกับภาพที่เคยเผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่เธอพบกับตัวแทนจากสภากาชาดในเดือนสิงหาคม ที่เป็นการพบปะกับเจ้าหน้าที่ต่างชาติครั้งแรกที่ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะนับตั้งแต่เธอถูกโค่นอำนาจ
Summary
เอเอฟพี - ทางการพม่าเปิดเผยว่าอองซานซูจีได้รับสิ่งของพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรในวันจันทร์ (19) พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพถ่ายของผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพผู้นี้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยเรียกเธอว่าเป็น ‘นักโทษหญิงพิเศษ’ นับเป็นครั้งแรกที่ทางการพม่าได้ใช้คำนิยามดังกล่าวเรียกอองซานซูจี ที่ถูกโค่นอำนาจจากการรัฐประหารเมื่อปี 2564 เหตุการณ์ที่จุดชนวนให้เกิดสงครามกลางเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งข้อมูลจากองค์กรติดตามสถานการณ์ความขัดแย้ง ACLED