Kaohoon
“สันติธาร” ชูไทยคว้า “3 เหรียญทอง” เวที IMF–World Bank ต่อยอดดึงทุนต่างชาติ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ต.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ในฐานะตัวแทน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ประสบความสำเร็จจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และอาสาสมัคร
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ต.ค.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ในฐานะตัวแทน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า
- นายสันติธาร เปรียบการประชุมดังกล่าวเป็นโอลิมปิกทางการเงิน โดยประเทศไทยคว้า “เหรียญทอง”
- ขณะเดียวกัน ไทยได้สร้างความประทับใจผ่านซอฟต์พาวเวอร์ที่หลากหลาย ทั้งอาหารไทย ผลไม้สดตัดแต่ง ไอศกรีมยอดนิยม ผ้าไทยท้องถิ่น และถุงผ้าขาวม้า ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากผู้นำระดับโลก โดยนายสันติธาร เชื่อว่าการประชุมที่จัดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์
- นายสันติธาร กล่าวว่า นิทรรศการดังกล่าวยังสร้างแรงบันดาลใจให้ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) นำไปกล่าวในที่ประชุมใหญ่ต่อหน้าผู้นำ 191 ประเทศ
Summary
สำหรับ ด้านที่ 1 การเป็นเจ้าภาพที่โลกรัก มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 19,000 คน สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 27% โดยผู้เข้าร่วมงานกว่า 60% เป็นผู้บริหารระดับสูงซึ่งมีกำลังซื้อสูง และพำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 9 วัน ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยกระจายไปยังธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และภาคบริการ
ขณะเดียวกัน ไทยได้สร้างความประทับใจผ่านซอฟต์พาวเวอร์ที่หลากหลาย ทั้งอาหารไทย ผลไม้สดตัดแต่ง ไอศกรีมยอดนิยม ผ้าไทยท้องถิ่น และถุงผ้าขาวม้า ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากผู้นำระดับโลก โดยนายสันติธาร เชื่อว่าการประชุมที่จัดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ จะสร้างภาพลักษณ์และความทรงจำที่ประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานไปอีกนาน
นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายความร่วมมือกับกลุ่มทุนใหม่ เช่น การพาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเข้าพบธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม (Islamic Development Bank) พร้อมจัดกิจกรรม “Road from Bangkok to Davos” เพื่อดึงนักธุรกิจระดับโลกที่มาร่วมงานในกรุงเทพฯ ให้เจรจาธุรกิจกับภาคเอกชนไทย สร้างความสนใจและเพิ่มโอกาสดึงดูดเงินลงทุนในอนาคต