Komchadluek
ย้อนรอย 'เสื้อกั๊กเหลือง' จากม็อบมัธยมสู่จลาจลทั่วฝรั่งเศส
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เหตุการณ์ประท้วงระลอกใหม่ในประเทศฝรั่งเศส บานปลายกลายเป็นการจลาจลครั้งใหญ่ทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569 จากเดิมที่เป็นการรวมตัวของกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมศึกษาอายุระหว่าง 15–18 ปี นับแสนคน เพื่อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาขา
Key facts
- กลุ่ม เสื้อกั๊กเหลือง (Gilets Jaunes) ถือเป็นขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ทางชนชั้นของฝรั่งเศส ก่อตัวขึ้นครั้งแรกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2561 จากการต่อต้านนโยบายขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล
- ทว่า สถานการณ์ได้ตึงเครียดขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อเยาวชนรายหนึ่งต้องสูญเสียมือจากระเบิดที่เจ้าหน้าที่นำมาใช้ควบคุมการชุมนุม เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญให้กลุ่มสหภาพแรงงาน เกษตรกร และขบวนการ "เสื้อกั๊กเหลือง"
- รายงานระบุว่า มีผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วประเทศมากกว่า 550,000 คน เมื่อตกค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา หลายเมืองใหญ่เปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่ปะทะ เกิดเหตุจลาจล ปล้นสะดมร้านค้า เผารถตำรวจ และจุดไฟเผาศาลาว่าการเมืองลีมอฌ (Limoges) จนได้รับความเสียหายหนัก
- ด้านกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ได้เปิดเผยสรุปตัวเลขความสูญเสียล่าสุด พบว่ามีผู้ถูกจับกุมตัวแล้วประมาณ 2,400 ราย ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บรวมราว 1,000 นาย โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 7 นาย
Summary
ทว่า สถานการณ์ได้ตึงเครียดขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อเยาวชนรายหนึ่งต้องสูญเสียมือจากระเบิดที่เจ้าหน้าที่นำมาใช้ควบคุมการชุมนุม เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนเหตุสำคัญให้กลุ่มสหภาพแรงงาน เกษตรกร และขบวนการ "เสื้อกั๊กเหลือง" (Gilets Jaunes) หลั่งไหลเข้าร่วมสมทบ จนยกระดับจากการเรียกร้องสิทธิการศึกษา ไปสู่การประท้วงวิกฤตค่าครองชีพ สินค้าราคาแพง และความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตของประชาชน
รายงานระบุว่า มีผู้เข้าร่วมชุมนุมทั่วประเทศมากกว่า 550,000 คน เมื่อตกค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา หลายเมืองใหญ่เปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่ปะทะ เกิดเหตุจลาจล ปล้นสะดมร้านค้า เผารถตำรวจ และจุดไฟเผาศาลาว่าการเมืองลีมอฌ (Limoges) จนได้รับความเสียหายหนัก
สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองไม่ใช่เพียงม็อบชั่วคราว แต่เป็น 'เชื้อไฟทางการเมือง' สำคัญที่พร้อมจะจุดติดขึ้นทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำและค่าครองชีพ ซึ่งทิศทางสถานการณ์ทางการเมืองของฝรั่งเศสหลังจากนี้ยังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด