PPTV HD 36
“อนุทิน” โต้ปมกล่าวหาไร้แผนเยียวยาน้ำท่วม ยันงบไม่หมด-ตั้งงบเพิ่ม 10,500 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
“อนุทิน” โต้ปมกล่าวหาไร้แผนเยียวยาน้ำท่วม ซัดจงใจให้ร้ายทั้งที่รู้ ยืนยันงบไม่หมด ครม. เคาะงบเยียวยาเพิ่ม 10,500 ล้าน โวรัฐบาลนี้จ่ายไว-ไม่ต้องรอภัยพิบัติจบ
Key facts
- นายอนุทิน ยังอธิบายว่า ที่บอกว่างบก้อนแรก 4,700 ล้านบาท ใช้หมดแล้วนั้น ก็เป็นงบกลางที่เหลือตั้งแต่ปี 2569 ซึ่งที่จริงแล้วต้องนำส่งคืนกระทรวงการคลัง แต่เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน ตนก็เลยไม่ส่งคืนกระทรวงการคลัง
- ย้ำ 18 รมต.พร้อมรับศึกซักฟอก มั่นใจเสียงรัฐบาลเกือบ 300 เสียง
- ยันหลักการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 + 1 บอกไม่ได้กลัวการตรวจสอบ
- ไม่กังวล! เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ปมสามีถูก DSI สอบโยงเว็บพนัน
Summary
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคประชาชน กล่าวหาว่ารัฐบาลไม่มีแผนรับมือเยียวยาน้ำท่วมนั้นว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่ารัฐบาลไม่ได้วางแผนในการเตรียมงบหรืองบหมดแล้วเป็นการพูดของคนที่ไม่รู้ความ โดยตามหลักการต้องเกิดภัยพิบัติก่อนถึงต้องไปสำรวจ เมื่อสำรวจแล้วก็ต้องไปตรวจสอบ แล้วจึงนำเรื่องมาเสนอ ครม. ซึ่งเงินก้อนนี้ไม่ใช่งบประจำ แต่มาจากงบกลาง จึงต้องนำมาเสนอนายกรัฐมนตรี หากวงเงินเกิน 100 ล้าน ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ที่บอกว่างบประมาณหมดแล้ว
เมื่อถามว่า กรณีประชาชนออกมารอเงินเยียวยาหน้าเขต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นความผิดของสส.พรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามาด้วยสาเหตุอะไร โดยทุกรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้ชุดเดียว ก็ใช้เวลาสำรวจ เพราะมีการตั้งกรรมการหลายชุดตอนนั้น ตนเป็น มท.1 ก็เห็นว่าคณะกรรมการมีความซ้ำซ้อน และทำให้เกิดความล่าช้า เพราะสุดท้ายก็ต้องมาทำการตรวจสอบผ่านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็เลยทำลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน งบประมาณที่ตั้งเตรียมไว้อยู่แล้ว ก็สามารถเร่งจ่ายได้
เมื่อถามว่า งบก้อนนี้จะเพียงพอสำหรับการเยียวยาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากสถานการณ์เกิดขึ้นหลังจากนี้ประกันภัยพิบัติ ก็ครอบคลุมตั้งแต่ 1 ตุลาคม สิ่งที่เราจ่ายวันนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนประกันภัยพิบัติ ก็จะจบไปในตัวมันเอง แต่สิ่งที่เราต้องลุ้นต่อไปคือ ปีหน้าต้องไปสร้างระบบป้องกัน ระบบ รับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมให้ได้มากที่สุด เพราะหากเกิดสถานการณ์เยอะแบบนี้แล้วปีหน้าบริษัทประกันภัยอาจจะพิจารณาจะรับหรือไม่รับประกัน หรือจะขึ้นเบี้ยประกันหรือไม่