สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
มูลนิธิกสิกรไทยผนึกผู้นำระดับโลกและระดับภูมิภาคในงานคู่ขนานการประชุมประจำปี IMF– World Bank Group 2026 ร่วมกำหนดทิศทางอนาคตการกุศลแห่งเอเชีย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
มูลนิธิกสิกรไทยร่วมกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย จัดการประชุมระดับสูงที่กรุงเทพฯ ที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการกุศล มุ่งสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศการกุศลที่เชื่อมโยงความร่วมมือระดับประเทศสู่ระดับภูมิภาค สอดรับกับวาระสำคัญระดับประเทศของ
Key facts
- กรุงเทพฯ 19 ตุลาคม 2569 – มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย (The Commission on Asian Philanthropy) จัดงาน “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership”
- ในการปาฐกถาพิเศษ ฯ พณฯ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอประเด็นความต้องการด้านการพัฒนาของประเทศ (Demand Side)
- นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการมูลนิธิกสิกรไทย กล่าวว่า เจตนารมณ์ที่ดีจะสร้างผลลัพธ์ได้กว้างไกลยิ่งขึ้น เมื่อมีระบบที่ดีคอยสนับสนุน และจากการดำเนินงานของมูลนิธิกสิกรไทย ผสานความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย
- ด้าน ดร. กาเบรียล เหลียง ผู้อำนวยการ Institute of Philanthropy และนายอิชิโร คาบาซาวะ กรรมการบริหาร มูลนิธินิปปอน ในฐานะประธานร่วม (Co-Convenors) ของคณะกรรมาธิการฯ
Summary
ในการปาฐกถาพิเศษ ฯ พณฯ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอประเด็นความต้องการด้านการพัฒนาของประเทศ (Demand Side) ซึ่งเป็นด้านที่ความร่วมมือเพื่อสาธารณกุศลมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรักษาธรรมชาติและพัฒนาชุมชนฐานราก ซึ่งเป็นด้านที่เงินทุนภาคเอกชนที่มีความยืดหยุ่นและมุ่งสนับสนุนผลลัพธ์ในระยะยาว
กรุงเทพฯ 19 ตุลาคม 2569 – มูลนิธิกสิกรไทย ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการกุศลแห่งเอเชีย (The Commission on Asian Philanthropy) จัดงาน “Asia’s Philanthropic Future: Catalyzing Growth and Partnership”
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวรายงานฉบับเฉพาะกาล (Interim Report) ของคณะกรรมาธิการฯ ฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งรายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเงินทุนเพื่อการกุศลในภูมิภาคที่จะช่วยสนับสนุนวาระการพัฒนาแห่งชาติ โดยจากการประมาณการของคณะกรรมาธิการ พบว่ายอดเงินบริจาคภายในเขตอำนาจรัฐภายในขอบเขตของคณะกรรมาธิการมีมูลค่ารวมสูงถึง 1.9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.9 ล้านล้านบาท) ณ ปี 2567 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 35 ล้านบาท)