Ban Muang
สสส. เปิดบ้านต้อนรับ WHO FCTC แลกเปลี่ยนบทเรียนควบคุมยาสูบไทย ชูโมเดล สสส. สร้างหลักประกันเงินทุนสร้างเสริมสุขภาพระยะยาว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ให้การต้อนรับ นายแอนดรูว์ แบล็ก (Mr. Andrew Black) หัวหน้าสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (Head of the Convention Secretariat of the WHO Framework Convention on Tobacc
Key facts
- นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า กล่าวต่อว่า สสส. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 โดยมีกลไกการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) จากภาษีสุราและยาสูบเพิ่มเติม 2% ของภาษีสรรพสามิต
- นายแอนดรูว์ แบล็ก หัวหน้าสำนักเลขาธิการ WHO FCTC กล่าวว่า =ชื่นชมโมเดลขององค์กรและการทำงานของ สสส. และสะท้อนอีกว่าการที่ สสส. ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ในปี 2564 นั้นเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้
- การหารือครั้งนี้ สสส. เสนอแนวทางต่อยอดความร่วมมือที่มุ่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เช่น การจัดทำเอกสารสรุปบทเรียนหรือกรณีศึกษาเรื่องกลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน การจัดเวทีวิชาการร่วมกันเกี่ยวกับการนำมาตรา 5.3
- นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า การขับเคลื่อนมาตรการควบคุมยาสูบให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพัฒนามาตรการด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะจากผลประโยชน์ทางการค้าของอุตสาหกรรมยาสูบด้วย
Summary
นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า การขับเคลื่อนมาตรการควบคุมยาสูบให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพัฒนามาตรการด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะจากผลประโยชน์ทางการค้าของอุตสาหกรรมยาสูบด้วย โดยเฉพาะมาตรา 5.3 ที่ยึดการกำหนดนโยบายยึดประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการแทรกแซงจากอุตสาหกรรมยาสูบ การสร้างความโปร่งใสในการติดต่อระหว่างหน่วยงานรัฐกับอุตสาหกรรม และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน
พร้อมด้วย ศ.ดร.นันทวรรณ วิจิตรวาทการ ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้ WHO FCTC ด้านมาตรา 5.3 ว่าด้วยเรื่องมุ่งคุ้มครองนโยบายสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบจากผลประโยชน์ทางการค้าและผลประโยชน์อื่นของอุตสาหกรรมยาสูบ และคณะผู้แทนจากสำนักเลขาธิการฯ และเครือข่ายศูนย์ความรู้ระดับโลกของ WHO FCTC จำนวนรวม 17 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการดำเนินงานควบคุมยาสูบของไทย กลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ และแนวทางความร่วมมือในการคุ้มครองนโยบายสาธารณสุขจากผลประโยชน์ทางการค้าของอุตสาหกรรมยาสูบ
“การหารือครั้งนี้ สสส. เสนอแนวทางต่อยอดความร่วมมือที่มุ่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เช่น การจัดทำเอกสารสรุปบทเรียนหรือกรณีศึกษาเรื่องกลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน การจัดเวทีวิชาการร่วมกันเกี่ยวกับการนำมาตรา 5.3 ไปใช้เพื่อคุ้มครองนโยบายสาธารณะจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ โดยแนวทางเหล่านี้เป็นข้อเสนอสำหรับหารือรายละเอียดร่วมกันต่อไป เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกในการขับเคลื่อนอนุสัญญา WHO FCTC อย่างมีประสิทธิภาพ”