Thai Post
รัฐบาลลุยต่อหลังประชุม IMF-เวิลด์แบงก์ ดัน AI ช่วยเกษตรกร-SME สร้างงานเพิ่มรายได้
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
รัฐบาลเตรียมต่อยอดผลประชุม IMF-World Bank ดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ ผลักดันเทคโนโลยี AI ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมต่อยอดอาหารไทยและซอฟต์พาวเวอร์สร้างรายได้ให้ประชาชน
Key facts
- 17 ตุลาคม 2569 - นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมต่อยอดผลจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group 2026 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการให้ผลลัพธ์จากการประชุมเดินหน้าต่อ
- นายเอกภพกล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการประชุม นายกรัฐมนตรีได้วางบทบาทประเทศไทยเป็นผู้เชื่อมโยงตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และศักยภาพของคน โดยมองว่าการเปลี่ยนแปลงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศ
- รัฐบาลเตรียมต่อยอดผลประชุม IMF-World Bank ดึงเงินลงทุนเข้าประเทศ ผลักดันเทคโนโลยี AI ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมต่อยอดอาหารไทยและซอฟต์พาวเวอร์สร้างรายได้ให้ประชาชน
- 'อนุทิน' โชว์เป่าแซ็กโซโฟนกลางงานเลี้ยง IMF-World Bank เรียกเสียงเชียร์สนั่น!
- เดือดไม่แพ้กัน! ปชป. โต้พรรคอะไร 'โง่' ไม่รู้หนี้ IMF เกิดขึ้นยุคไหน
- เวที IMF-เวิลด์แบงก์ ดึงทุนโลก เสริมแกร่งศก.-กู้ปัญหาปากท้อง
Summary
นายเอกภพกล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการประชุม นายกรัฐมนตรีได้วางบทบาทประเทศไทยเป็นผู้เชื่อมโยงตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และศักยภาพของคน โดยมองว่าการเปลี่ยนแปลงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภูมิรัฐศาสตร์ และสภาพภูมิอากาศ ทำให้ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือมากขึ้น พร้อมย้ำว่าการประชุมย่อมมีวันสิ้นสุด แต่มรดกแห่งความร่วมมือจะยังคงอยู่ต่อไป
รัฐบาลจึงมองว่าการลงทุนใน Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้ประกอบการ SME เกษตรกร และแรงงานไทย สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี รวมถึงเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ IMF ที่เห็นว่าประโยชน์จาก AI จะเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเมื่อเทคโนโลยีกระจายไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริง
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือการเปลี่ยนความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นผลทางเศรษฐกิจจริง ทั้งการลงทุน การจับคู่ธุรกิจ ข้อตกลงความร่วมมือ การสร้างงาน และการยกระดับรายได้ โดยนายกรัฐมนตรีมองว่าการประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะผลักดันเศรษฐกิจไทยไปสู่การเติบโตระยะต่อไป