MGR Online
รอดูจุดจบ!เซเลนสกีเหนื่อยหน่าย'ทรัมป์' ไม่เอาแล้วข้อตกลงหยุดยิง ลุยถล่มที่ตั้งพลังงานของรัสเซีย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ยูเครนโจมตีที่ตั้งน้ำมันแห่งหนึ่งของรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี บอกว่าเคียฟไม่เอาแล้วกับการสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิง ไม่เล็งเป้าโจมตีแหล่งที่ตั้งทางพลังงาน ตามที่แถลงโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก่อ
Key facts
- ทรัมป์มีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับเซเลนสกีมานานแล้ว และเคยตำหนิเขาในทำเนียบขาวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 แต่การเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างฉับพลันต่อเคียฟในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น แทบเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
- เป้าหมายล่าสุดของยูเครนคือโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคเรียซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมอสโก ซึ่งเป็นของบริษัทน้ำมันของรัฐอย่างรอสเนฟต์ และมีสัดส่วนเกือบ 5% ของปริมาณการกลั่นน้ำมันทั้งหมดของรัสเซีย และป้อนน้ำมันให้แก่เมืองหลวง ทาง พาเวล มัลคอฟ
- นับตั้งแต่ ทรัมป์ ออกถ้อยแถลงที่สร้างความประหลาดใจเมื่อวันอาทิตย์(11ต.ค.) ว่ารัสเซียและยูเครน เห็นพ้องระงับการโจมตีแหล่งที่ตั้งทางพลังงาน ทางเคียฟได้หยุดปฏิบัติการโจมตีโรงกลั่นทั้งหลายของรัสเซีย
- ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานอ้างคำกล่าวของเซเลนสกี "เพราะสำหรับเขาแล้ว คนที่สามารถเป็นผู้นำได้นานถึง 20, 30 หรือ 40 ปี ย่อมหมายความว่าคนเหล่านั้นต้องมีความเข้มแข็งมากทีเดียว"
- เซเลนสกี ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมประชุมซัมมิตสกภาพยุโรป(อียู)ในวันศุกร์(16ต.ค.) ยังแสดงจุดยืนเชื่อว่าเปลี่ยนแปลงศักยภาพการทำงานของอุปกรณ์รับสัญญาณ (Terminal) และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมสตาร์ลิงค์ของสเปซเอ็กซ์ในสัปดาห์นี้
- แหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมยูเครนเปิดเผยในวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) ว่า ขณะนี้อุปกรณ์รับสัญญาณสามารถทำงานได้ในระหว่างการเคลื่อนที่ แต่จำกัดความเร็วไว้ที่ไม่เกิน 100 ไมล์ต่อชั่วโมง (160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
Summary
ยูเครนโจมตีที่ตั้งน้ำมันแห่งหนึ่งของรัสเซียเมื่อวันพฤหัสบดี(15ต.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี บอกว่าเคียฟไม่เอาแล้วกับการสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิง ไม่เล็งเป้าโจมตีแหล่งที่ตั้งทางพลังงาน ตามที่แถลงโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ เนื่องจากมันถูกเพิกเฉยโดยรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ลดความสำคัญของการโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย โดยกล่าวว่าการโจมตีเหล่านั้น "ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงอะไรเป็นพิเศษ"