Ban Muang
“กรณ์” จี้รัฐบาล-เอกนิติ เอาจริงสแกมเมอร์ในประเทศ ชี้ “Bangkok Blueprint” ไร้ความหมาย หากไม่ลุยปราบคนไทยมีคอนเนกชั่น-แก้จุดอ่อนข้อมูลรั่ว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเครือข่ายสแกมเมอร์ ว่า แม้จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศบนเวทีโลก แต่อยากกระตุ้นให้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และรัฐ
Key facts
- ความเสียหายทางเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน ย้ำเตือนถึงตัวเลขคดีหลอกลวงออนไลน์ที่สูงถึงประมาณ 1.3 ล้านคดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท (ตามข้อมูลที่เคยอภิปรายในสภาเมื่อเดือนกันยายน) ซึ่งเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือเงินเก็บทั้งชีวิตและการพังทลายของครอบครัวประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
- ความล่าช้าในการตรวจสอบตลาดทุนไทย จี้การทำงานของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เวลาผ่านไปกว่า 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ในตลาดหุ้นไทยที่เปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบได้
- ปัญหาข้อมูลทะเบียนราษฎรและระบบรัฐรั่วไหล ตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน หลังมีข่าวเมื่อเดือนสิงหาคมเรื่องรหัสผ่านเจ้าหน้าที่ถูกมัลแวร์ขโมยจนนำไปสู่การดึงข้อมูลขาย แม้กรมการปกครองจะปฏิเสธว่าฐานข้อมูลหลักยังไม่รั่ว แต่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าช่องโหว่อยู่ตรงไหน แก้ไขอย่างไร และใครต้องรับผิดชอบ
- นายกรณ์ ทิ้งท้ายว่า แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานไทยจะเริ่มมีการยึดอายัดทรัพย์สินในคดีข้ามชาติ แต่การดำเนินการกับ "คนไทยที่มีคอนเนกชั่น"
Summary
นายกรณ์ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลตอบคำถามและเร่งดำเนินการใน 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นต่อกรณีการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเครือข่ายสแกมเมอร์ ว่า แม้จะสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศบนเวทีโลก แต่อยากกระตุ้นให้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และรัฐบาล หันมาจริงจังกับการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์และผู้เกี่ยวข้องภายในประเทศไทยเองอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่ทำเพียงระดับนโยบายหรือสร้างกรอบความร่วมมือที่สวยหรูเท่านั้น
นายกรณ์ ทิ้งท้ายว่า แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานไทยจะเริ่มมีการยึดอายัดทรัพย์สินในคดีข้ามชาติ แต่การดำเนินการกับ "คนไทยที่มีคอนเนกชั่น"