The Standard
อนาคตเศรษฐกิจไทยในสายตา ‘ดร.วิรไท’ อดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ทางรอดเดียวคือ ปฏิรูปโครงสร้าง ก้าวข้ามกับดัก GDP และโมเดลการเติบโตยุคเก่า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมประจำปี IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และมีกิจกรรมคู่ขนานครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ หนึ่งในเวทีที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการฉายภาพทัศนะอนาคตเศรษฐกิจไทยโดย ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเคยมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับ IMF
Key facts
- ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมประจำปี IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และมีกิจกรรมคู่ขนานครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ
- ทางรอดด้วย ‘Structural Transformation’ และการใช้ ‘Smaller AI’ ใน 3 ภาคส่วนหลัก
- หากถอยกลับไปมองประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยในช่วงปี 1980-2000 ไทยสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนนโยบายจากการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า มาเป็นการเปิดเสรีทางการค้าและส่งเสริมการส่งออก ประกอบกับอานิสงส์จากข้อตกลง Plaza Accord
- ทำให้หลายประเทศล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายหลังวิกฤตโควิด-19 ในขณะที่หลักการทรงงานของ ร.9 มีทั้งหลักคิดและวิธีปฏิบัติที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง จึงนับว่าไปได้ไกลและลึกกว่า SDGs
- Climate Change เลิกมองแค่ Mitigation แล้วมุ่งสู่ Climate Adaptation
- ปลดล็อกกับดัก GDP หยุดกระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้น มุ่งปฏิรูปโครงสร้างด้านอุปทาน
Summary
การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นคืนความเชื่อมั่นและตอกย้ำศักยภาพของประเทศบนเวทีการเงินการลงทุนระดับสากล หลังจากช่วงที่ผ่านมาไทยต้องเผชิญมรสุมทางการเมืองและเศรษฐกิจจนเกือบตกหล่นไปจากเรดาร์ของนักลงทุนต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ในเวทีสัมมนาว่าด้วยเรื่องอนาคตของเอเชีย (Future of Asia) ดร.วิรไท ได้ชี้ให้เห็นว่า อนาคตของเศรษฐกิจไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญท่ามกลางความท้าทายเชิงโครงสร้างระดับโลกที่ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยวิธีการแบบเดิมอีกต่อไป
เหตุใดโมเดลการเติบโตแบบเดิม (1980s-2000s) จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไป