← Back to KHAO

เมื่อไทยแทบไม่มีวันกลับไปกู้เงิน IMF แล้ว กองทุนแห่งนี้ยังสำคัญต่อไทยอีกหรือไม่ ?

12 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

คำบรรยายภาพ, คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

"เราเคยอยู่ที่เดียวกันนี้เมื่อปี 1991 [พ.ศ. 2534] และถ้าเทียบกับตอนนี้ มันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่" คริชนา ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกแห่งไอเอ็มเอฟ กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีไทย ภายในงานการประชุมประจำปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Key facts

Summary

นี่ถือเป็นเวลากว่า 35 ปี นับตั้งแต่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ในปี 2534 โดยถูกจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งเดียวกันนี้ และในตอนนั้นไทยเองก็ถูกจับตาจากนานาชาติที่คาดการณ์ว่า จะกลายเป็น 'เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย'

ทว่าคล้อยหลังแค่เพียง 6 ปี ความฝันที่อยากเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียกลับสะดุดลง เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่นำมาสู่การลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2540 และต่อมาได้เข้าเจรจาขอกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อพยุงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในขณะนั้น

"หากคุณเทียบเอเชียเมื่อปี 1998 [พ.ศ. 2541] กับตอนนี้ ประเทศไทยมาไกลมากแล้ว ในแง่หนึ่ง วิกฤต [ต้มยำกุ้ง] ครั้งนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เศรษฐกิจ [ไทย]ใหญ่ขึ้นสองเท่าครึ่ง [ในแง่มูลค่าที่แท้จริง] จีดีพีต่อหัวเพิ่มจาก 1,800 ดอลลาร์เป็น 8,000 ดอลลาร์" ศรีนิวาสัน กล่าว

Read full article at BBC Thai →