Ban Muang
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
Key facts
- นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.62 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”
- ทองคำ – แม้ว่า ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) จะเผชิญแรงขายหลังอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ทว่า ภาวะปิดรับความเสี่ ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ รวมถึง จังหวะย่อตัวลงของทั้งเงิ นดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ 10 ปี
- ในระยะกลาง-ยาว เราคงมุมมองเดิมว่า FED มีโอกาสเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนที่จะคงดอกเบี้ยจนถึงช่ วงครึ่งหลังของปี 2027 ก่อนที่จะทยอยลดดอกเบี้ยลง ทำให้ เงินบาทยังมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้ นบ้าง
- มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์
- ตลาดหุ้นยุโรป – ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้น +0.4% หนุนโดยการรีบาวด์ขึ้นของหุ้นธี ม AI/Semiconductor อาทิ ASML +1.2% ตอบรับผลประกอบการที่สดใสของ ASML นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้ าง ตามการปรับตัวขึ้นของหุ้น กลุ่ม
- ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวนสูง โดยมีจังหวะปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.33% หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่ มโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ย จากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด ก่อนที่จะทยอยย่อตัวลงสู่ระดับ 5.14% ล่าสุด
Summary
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนสูง (แกว่งตัวในกรอบ 33.56-33.73 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงเร็ว เข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.75 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการปรับตัวลงของราคาทองคำ จากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ เดือนกันยายน ที่ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาส FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ดี เงินบาทได้ทยอยพลิกกลับมาแข็งค่ าขึ้น หลังเงินดอลลาร์
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – แรงเทขายบรรดาหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor กอปรกับความกังวลต่อแนวโน้ มดอกเบี้ยของ FED ที่อาจอยู่ในระดับสูงได้นานกว่ าคาด หลังอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ล่าสุด ออกมาสูงกว่าคาด ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้ นสหรัฐฯ ทว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้าง ตามการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม Defensive อาทิ กลุ่ม Healthcare และสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้โดยรวม ดัชนี Dowjones ปรับตัวลง -0.1% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -1.1% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ดิ่งลง -1.9%
ตลาดหุ้นยุโรป – ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้น +0.4% หนุนโดยการรีบาวด์ขึ้นของหุ้นธี ม AI/Semiconductor อาทิ ASML +1.2% ตอบรับผลประกอบการที่สดใสของ ASML นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้ าง ตามการปรับตัวขึ้นของหุ้น กลุ่ม Defensive อาทิ กลุ่ม Healthcare และสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ต่างจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อตลาดหุ้นยุ โรปจากแรงขายหุ้นกลุ่มการเงินที่ ยังคงดำเนินต่อไป และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ในตะวันออกกลาง ที่แม้จะช่วนหนุนการปรับตัวขึ้