Matichon
พลพีร์ แฉบริษัททำสารเคมีรั่วไหล ปราจีนฯ นอมินีทุนต่างชาติ มีคนสกุลดัง ร่วมด้วย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
พลพีร์ แฉบริษัททำสารเคมีรั่วไหล ปราจีนฯ นอมินีทุนต่างชาติ มีคนสกุลดัง ร่วมด้วย
Key facts
- เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 13 ตุลาคม ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรงงานจังหวัดปราจีนบุรี มีสารเคมีรั่ว ว่า หลังจากไปช่วงน้ำท่วมเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ก็พบความผิดปกติจริง
- พลพีร์ แฉบริษัททำสารเคมีรั่วไหล ปราจีนฯ นอมินีทุนต่างชาติ มีคนสกุลดัง ร่วมด้วย
- เมื่อถามว่ามีการขีดเส้นว่าจังหวัดจะต้องดำเนินการหรือรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้เมื่อไหร่ นายพลพีร์ กล่าวว่า 2 วันที่แล้ว ตนให้เวลาหน่วยงานตรวจสอบ 7 วัน แต่เขาใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็รายงานมา ถ้าตุ่นสามารถสรุปเนื้อหาเรื่องนอมินี ชื่อ
- นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ตนได้กำชับรองผู้ว่าการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าทางบริษัทได้เสนอค่าเยียวยาต่าง ๆ ให้กับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ หรือมีการไปสัมผัสกับสารปนเปื้อน ว่าสำหรับตน แบบนั้นคงไม่เพียงพอ
Summary
เมื่อถามว่า จะต้องมีการตรวจสอบต้นตอตั้งแต่การตรวจสอบที่ ท่าเรือ และกรมศุลกากร เลยหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า อาจจะมีการแสดงที่ไม่ถูกต้อง คงต้องตรวจสอบกับกระทรวงการคลัง ว่าวิธีการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์พวกนี้ที่เข้ามาในประเทศ ตรวจแสดงกันอย่างไร ตนไม่อยากให้เป็นเพียงการชั่งน้ำหนัก แต่ต้องเปิดเอกสารหลักฐานดูด้วย และตรวจสอบว่าของในตู้นั้นเป็นอย่างไร ตรงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะขยะทั้งหมดเกือบร้อยทั้งร้อย ที่นำมาฝังที่จังหวัดปราจีนบุรี น่าจะเป็นขยะที่นำเข้ามา จึงต้องมีการตรวจสอบต่อไป
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 13 ตุลาคม ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรงงานจังหวัดปราจีนบุรี มีสารเคมีรั่ว ว่า หลังจากไปช่วงน้ำท่วมเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ก็พบความผิดปกติจริง ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ตนได้ประสานไปยังนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
โดยนายวราวุธ ได้กำชับรองปลัด และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในการตรวจสอบ และปิดโรงงาน ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมที่กระทรวงมหาดไทยได้รับ พบความเชื่อมโยงของต่างชาติ และคนไทย วันนี้พิสูจน์ว่าน่าจะเป็นนอมินี เราเจอคนไทยนามสกุลเดียวกัน 2 นามสกุล ถือไขว้บริษัทกัน 2 บริษัท และความผิดปกติคือ 1 ในบริษัทนั้น เคยจดทะเบียน 5 ล้านบาท แต่ขณะนี้จดทะเบียนเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท อีก 1 บริษัท เพิ่มการจดทะเบียนเป็น 300 ล้านบาท และมีทรัพย์สินประมาณ 570 กว่าล้านบาท สิ่งที่เราพบความมากกว่านั้น ทั้ง 2 บริษัท