The Standard
อดีตปลัดมหาดไทย รับอายปมโกงสอบท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ เตือนข้าราชการยึดมั่นความถูกต้อง-อย่าทำเกินหน้าที่
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (13 ตุลาคม) ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะประเด็น การทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ มีการจัดสอบและมีข้อร้องเรียนเข้ามาเช่นกัน ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ทุจริตอื้อฉาวขึ้นในปัจจุบัน ตนยอมรับว่ารู้สึกอายเมื่อมีผู้ทราบว่าตนเป็นข้าราชการบำนาญของกระทรวงมหาดไทย
Key facts
- วันนี้ (13 ตุลาคม) ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะประเด็น การทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า
- สุทธิพงษ์ระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข ในฐานะประชาชนคนหนึ่งมองเรื่องนี้ด้วยความหนักใจ โดยเฉพาะประเด็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดว่าได้ดำเนินการจนถึงที่สุดแล้วหรือไม่
- อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า แม้การสอบทุกครั้งมักจะมีข้อร้องเรียน แต่การทุจริตที่กว้างขวางและลึกซึ้งเช่นในการสอบท้องถิ่นครั้งล่าสุดนี้ ไม่น่าจะเคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย การที่มีผู้ทุจริตสอบเกือบ 10,000 คน
- ในช่วงท้าย เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อเสนอแนะที่อยากฝากถึงผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย สุทธิพงษ์ฝากข้อคิดว่า ข้าราชการต้องยึดมั่นในการทำความดีและไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมิชอบ
Summary
อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า แม้การสอบทุกครั้งมักจะมีข้อร้องเรียน แต่การทุจริตที่กว้างขวางและลึกซึ้งเช่นในการสอบท้องถิ่นครั้งล่าสุดนี้ ไม่น่าจะเคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย การที่มีผู้ทุจริตสอบเกือบ 10,000 คน ถือเป็นจำนวนที่มหาศาลและมีหลักฐานจับได้คาหนังคาเขา ตนจึงได้แต่วิงวอนกราบไหว้ดวงพระวิญญาณบูรพามหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ตลอดจนพระสยามเทวาธิราช ให้ช่วยปกปักรักษาคุ้มครองประเทศชาติให้อยู่รอดปลอดภัย
สุทธิพงษ์ระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข ในฐานะประชาชนคนหนึ่งมองเรื่องนี้ด้วยความหนักใจ โดยเฉพาะประเด็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดว่าได้ดำเนินการจนถึงที่สุดแล้วหรือไม่ เนื่องจากกระแสข่าวที่ปรากฏชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวพันกับบุคคลในระดับที่สูงกว่าตำแหน่งอธิบดี