MGR Online
“สุริยะ” ฝันอร่อย 8 พันล้าน! ซื้อรถเกี่ยวอีวีคันละ 16 ล้าน ไม่คุ้มค่าช่วยชาวนาได้แค่ 1%
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ชำแหละโครงการรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน งบกู้ 8 พันล้าน ตกคันละ 16 ล้านบาท ของ 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' ช่วยชาวนาได้แค่ 1% ของประเทศ แฉจุดอ่อนทางวิศวรรกรรมเสี่ยงแบตฯ หมดจมโคลน ไม่ตอบโจทย์วิกฤตราคาข้าวตกต่ำและค่าเกี่ยวพุ่ง คิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยากนอกจากค
Key facts
- ที่เตรียมชงเงินกู้ 8,000 ล้านบาท ไปจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้าหรือ รถเกี่ยว EV ในราคาแพงเวอร์ตกคันละ 16 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยชาวนาได้ไม่ถึง 1% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศแล้ว ยังเสี่ยงแบตเตอรี่หมด จมโคลนกลางทุ่ง ใช้งานไม่ได้จริง
- รถ 500 คัน มีขีดความสามารถเกี่ยวข้าวได้รวมประมาณ 5 - 7 แสนไร่ต่อฤดูกาล คิดเป็นเพียง 1% ของพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ (กว่า 60 ล้านไร่) แต่ใช้วงเงินสูงถึง 8,000 ล้านบาท
- แปลว่ารถ 500 คันนี้ จะช่วยเกี่ยวข้าวได้แค่อย่างมาก 5 แสน ถึง 7 แสนกว่าไร่เท่านั้นเอง ซึ่งมันคิดเป็นแค่ 1% ของนาทั้งประเทศ คำถามคือ เอางบ 8,000 ล้าน ไปลงเพื่อช่วยนาแค่ 1% มันคุ้มค่าจริงไหม หรือเป็นแค่โครงการทดลองนำร่อง
- ที่มีผู้ติดตาม 4.3 แสนคน ที่วิเคราะห์ว่า ต้นทุนเฉลี่ย 16 ล้านบาทต่อคัน ซึ่งไม่ได้มีแค่ค่าตัวรถแต่ต้องรวมถึงการสร้างระบบชาร์จ และแหล่งผลิตโซลาร์เซลล์
- บ้านเรามีนาข้าวทั้งนาปีนาปรังรวมกันตั้ง 60 กว่าล้านไร่ ตลาดรถเกี่ยวรับจ้างทุกวันนี้ เงินมันสะพัดปีละ 27,000 ถึง 30,000 ล้านบาท งบ 8,000 ล้าน ได้รถ 500 คัน ตกคันละประมาณ 16 ล้านบาท รวมพวกระบบชาร์จและระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งปกติรถเกี่ยวคันนึง
- งบประมาณคันละ 16 ล้านบาท สูงกว่าราคารถเกี่ยวข้าวเครื่องยนต์ดีเซลในท้องตลาดอย่างมาก (รถดีเซลทั่วไปราคาประมาณ 1.5 - 3.5 ล้านบาท)
Summary
ชำแหละโครงการรถเกี่ยวข้าว EV 500 คัน งบกู้ 8 พันล้าน ตกคันละ 16 ล้านบาท ของ 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' ช่วยชาวนาได้แค่ 1% ของประเทศ แฉจุดอ่อนทางวิศวรรกรรมเสี่ยงแบตฯ หมดจมโคลน ไม่ตอบโจทย์วิกฤตราคาข้าวตกต่ำและค่าเกี่ยวพุ่ง คิดเป็นอย่างอื่นไปได้ยากนอกจากความฝันอันแสนอร่อยของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เตรียมชงเงินกู้ 8,000 ล้านบาท ไปจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวพลังงานไฟฟ้าหรือ รถเกี่ยว EV ในราคาแพงเวอร์ตกคันละ 16 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะช่วยชาวนาได้ไม่ถึง 1%