Reuters · Thai Post
รองโฆษกรัฐบาลโต้ ‘กรณ์’ รัฐบาลตอบด้วยผลงาน ไม่ใช่คำพูด
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
13 ต.ค.2569-นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความกังวลต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า รัฐบาลรับฟังคำเตือนและยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งการเติบโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง และสังคมสูงวัย แต่การนำปัญหาที่มีอยู่ในวันนี้ไปสรุปว่าอนาคตประเทศไทยจะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นการประเมินที่ยังไม่ครบถ้วน
Key facts
- 13 ต.ค.2569-นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความกังวลต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า
- นางสาวลลิดากล่าวต่อว่า ด้านการลงทุน ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ครึ่งแรกของปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกว่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ขณะที่มีเงินลงทุนจริงในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมกว่า
- ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความหวังบนกระดาษค่ะ เพราะมีการลงทุนเกิดขึ้นจริงแล้วกว่า 5.35 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลก็ไม่ได้บอกว่าตัวเลขลงทุนสูงแล้วประชาชนจะมีรายได้ดีขึ้นทันที สิ่งที่ต้องทำต่อคือเปลี่ยนการลงทุนให้เป็นงานที่มีคุณภาพ
- คุณกรณ์ตั้งคำถามว่าอีก 5 ปีประเทศไทยจะเป็นอย่างไร รัฐบาลเห็นว่าเป็นคำถามที่ดีค่ะ แต่คำถามที่ดีไม่ควรมีคำตอบล่วงหน้าว่าประเทศไทยจะต้องแย่ลงเสมอไป การเตือนถึงความเสี่ยงเป็นเรื่องจำเป็น แต่การนำความเสี่ยงมาสรุปเป็นอนาคตของประเทศ
- รัฐบาลลุยช่วย 828 โรงเรียนพ้นวิกฤตน้ำท่วม! ส่งงบช่วยด่วน 668 แห่ง
- 35 ปี 'IMF–World Bank' ในไทย จาก 'ยุคทองศก.' สู่ 'ผู้ป่วยแห่งเอเชีย'
Summary
“คุณกรณ์ตั้งคำถามว่าอีก 5 ปีประเทศไทยจะเป็นอย่างไร รัฐบาลเห็นว่าเป็นคำถามที่ดีค่ะ แต่คำถามที่ดีไม่ควรมีคำตอบล่วงหน้าว่าประเทศไทยจะต้องแย่ลงเสมอไป การเตือนถึงความเสี่ยงเป็นเรื่องจำเป็น แต่การนำความเสี่ยงมาสรุปเป็นอนาคตของประเทศ โดยไม่พิจารณาโอกาสที่กำลังเกิดขึ้น ก็อาจทำให้ประชาชนมองไม่เห็นศักยภาพที่ประเทศไทยยังมีอยู่ค่ะ” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มองข้ามข้อกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับร้อยละ 85.9 ของ GDP รวมถึงปัญหาสังคมสูงวัย ข้อจำกัดทางการคลัง และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี โดยเฉพาะการลงทุนด้าน AI ที่ต้องเพิ่มการใช้วัตถุดิบและเทคโนโลยีในประเทศ พัฒนาทักษะแรงงาน และส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อให้เศรษฐกิจไทยได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
“หากจะพูดถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย ก็ควรพูดถึงข้อเท็จจริงอีกด้านด้วยค่ะ Fitch ไม่ได้ปรับแนวโน้มเครดิตไทยจาก Negative เป็น Stable โดยไม่มีเหตุผล และ Reuters ก็ไม่ได้มองว่าเศรษฐกิจไทยกำลังกลับไปสู่วิกฤตแบบปี 2540 รัฐบาลไม่ได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อบอกว่าเศรษฐกิจดีแล้ว แต่เพื่อยืนยันว่าการประเมินอนาคตประเทศต้องดูข้อมูลทั้งหมด ไม่ใช่เลือกเฉพาะข้อมูลที่สนับสนุนความกังวลของตนเองค่ะ” นางสาวลลิดากล่าว