The Standard
เวียดนามขึ้นแท่นฐานผลิตชิ้นส่วนชิป AI ของ Samsung หลังลงทุนราว 6.28 หมื่นล้านบาทขยายโรงงานที่ไทเหงียน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
Samsung Electro-Mechanics บริษัทผลิตชิ้นส่วนในเครือ Samsung ของเกาหลีใต้ เตรียมลงทุนเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.68 แสนล้านบาท) ภายในปี 2028 เพื่อผลิต Substrate (แผ่นฐานรองชิป) ในเกาหลีใต้และเวียดนาม ตามรายงานของ Nikkei Asia
Key facts
- Samsung Electro-Mechanics บริษัทผลิตชิ้นส่วนในเครือ Samsung ของเกาหลีใต้ เตรียมลงทุนเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.68 แสนล้านบาท) ภายในปี 2028 เพื่อผลิต Substrate (แผ่นฐานรองชิป) ในเกาหลีใต้และเวียดนาม ตามรายงานของ Nikkei Asia
- ภาพ : Matan Hirsch / Shutterstock หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.52 บาท และ 1 วอน เท่ากับ 0.025 บาท ณ วันที่ 9 ตุลาคม 2569
- โครงการแรกมูลค่า 4.27 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.07 แสนล้านบาท) ที่โรงงานเซจงในเกาหลีใต้ ถือเป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์เดียวที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ส่วนอีกโครงการมูลค่า 2.51 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.28 หมื่นล้านบาท) ที่บริษัทลูกในเวียดนาม
- การลงทุนครั้งนี้ทำให้เวียดนามมีบทบาทมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำคัญของเซิร์ฟเวอร์ AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ล่าสุดบริษัทได้เปิดเผยแผนลงทุน 2 โครงการใน Substrate แบบ FC-BGA (Flip-Chip Ball Grid Array) ซึ่งใช้กับชิปในเซิร์ฟเวอร์ AI
- ย้อนไปเมื่อปี 2022 บริษัทเคยประกาศว่าจะทดลองผลิต Substrate ประเภทนี้ที่จังหวัดไทเหงียน ทางตอนเหนือของเวียดนาม การขยายโรงงานครั้งนี้จึงบ่งชี้ว่าผลการทดลองเป็นไปตามที่คาดไว้ และพร้อมเดินหน้าสู่การผลิตจำนวนมาก
- การลงทุนครั้งนี้เป็นอีกก้าวของ Samsung ในการพัฒนาฐานผลิตในเวียดนามให้ก้าวหน้าขึ้น นับตั้งแต่เข้าไปตั้งโรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือครั้งแรกในปี 2008 ก่อนจะขยายไปสู่สมาร์ทโฟน จอแสดงผล และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
Summary
การลงทุนครั้งนี้ทำให้เวียดนามมีบทบาทมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำคัญของเซิร์ฟเวอร์ AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ล่าสุดบริษัทได้เปิดเผยแผนลงทุน 2 โครงการใน Substrate แบบ FC-BGA (Flip-Chip Ball Grid Array) ซึ่งใช้กับชิปในเซิร์ฟเวอร์ AI หุ่นยนต์ และรถยนต์อัจฉริยะ
โครงการแรกมูลค่า 4.27 ล้านล้านวอน (ประมาณ 1.07 แสนล้านบาท) ที่โรงงานเซจงในเกาหลีใต้ ถือเป็นการลงทุนในผลิตภัณฑ์เดียวที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ส่วนอีกโครงการมูลค่า 2.51 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.28 หมื่นล้านบาท) ที่บริษัทลูกในเวียดนาม
Samsung ยังมองบวกต่อตลาด แม้นักลงทุนจะกังวลว่ากระแสการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI จะไปต่อได้นานแค่ไหน และโครงการจำนวนมากต้องพึ่งการระดมทุนที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทคาดว่ากระแสนี้จะยังคงอยู่ต่อไปอีก 2-3 ปี