Komchadluek
"พนัส ไทยล้วน" สู้เต็มที่ นั่งรถเข็น ใช้สิทธิเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
11 ต.ค. 2569 ที่ โรงเรียนสมุทรปราการ นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย และอดีตบอร์ดประกันสังคม 8 สมัย นั่งรถเข็นมาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เท่าที่ได้รับรายงานมา การเลือกตั้งถือว่าเป็
Key facts
- เรารู้จักผู้นำกรรมการแต่เราไม่รู้จักสมาชิกของเขาที่มีอยู่กว่าเป็นพันคน อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้รับรายงานมาน้องๆ เขาก็ช่วยกันเต็มที่ ส่วนจะแพ้หรือชนะไม่เป็นไร เราขับเคลื่อนกันมา 2 เดือน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อ 2
- ซึ่งเท่าที่มีการพูดคุยกับตนถือว่าโกรธมาก เพราะถือว่าไปก้าวร้าว ทุกคนก็รู้อยู่ว่าเอานายจ้างกับลูกจ้างมาอย่างละ 2 แล้วเมื่อได้ผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 คน อนุกรรมการอีก 60 คน แบบนี้เท่ากับมัดตราสังข์ประกันสังคมแล้ว ตายสนิท เพราะทั้งหมดมี 87 คน
- นายพนัส ยังกล่าวด้วยว่า ทุกคนเวลาไปลงคะแนนก็มั่นใจว่าทีมเรามาแน่ แต่จะมามากมาน้อยไม่เป็นไร แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาตั้ง 40-50 ครั้งแล้ว มีทั้งแพ้มีทั้งชนะเป็นเรื่องธรรมดา แต่เจ็บใจอย่างเดียวเราไม่ได้สู้กับลูกจ้าง
- เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีความพยายามในการสื่อสารว่าเป็นเด็กอมมือ ดังนั้นวันนี้คิดว่าจะล้มเด็กอมมือได้หรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า เด็กอมมือจะมีความหมายอะไร มันต้องมองข้างหลังเด็กอมมือ เพราะเป็นลูกน้องของพรรคการเมือง
Summary
เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงผู้ประกันตนหรือนายจ้าง ที่กำลังจะออกมาใช้สิทธิก่อนปิดหีบในวันนี้หรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า นายจ้างเราคุยกันหลายครั้งหลายรอบแล้ว บอกว่าเรื่องนี้ยอมไม่ได้เพราะเป็นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นนายจ้าง แล้วคนที่มาพูดว่าจะพบนายจ้างก็มี ทั้งๆ ที่ตัวเขาเป็นลูกจ้าง ซึ่งออกมาพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ดังนั้นตนยืนยันว่าอยากให้นายจ้างลูกจ้างยึด 3 ขาเหมือนเดิม ซึ่งมีการยึดโยงกันอยู่ จะทำอะไรก็ต้องมีการหารือและยินยอมพร้อมใจกัน แต่ถ้าเอามาผูกรวมกันเอาไว้แบบนี้ มันจะเป็นอย่างไร
เรารู้จักผู้นำกรรมการแต่เราไม่รู้จักสมาชิกของเขาที่มีอยู่กว่าเป็นพันคน อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้รับรายงานมาน้องๆ เขาก็ช่วยกันเต็มที่ ส่วนจะแพ้หรือชนะไม่เป็นไร เราขับเคลื่อนกันมา 2 เดือน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา อันนี้ถือว่าเจตนาชัดเจนว่าจะเอากองทุนไปชัดๆ
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีความพยายามในการสื่อสารว่าเป็นเด็กอมมือ ดังนั้นวันนี้คิดว่าจะล้มเด็กอมมือได้หรือไม่ นายพนัส กล่าวว่า เด็กอมมือจะมีความหมายอะไร มันต้องมองข้างหลังเด็กอมมือ เพราะเป็นลูกน้องของพรรคการเมือง ถ้าจะล้มเด็กอมมือลำพังตัวต่อตัวกับตน ถ้าได้สัก 100 คะแนนก็ถือว่าเจ๋งแล้ว แต่นี่อาศัยศักดิ์ศรีของพรรคการเมือง เป็นลูกจ้างจะไปด่านายจ้างเขาได้อย่างไร