← Back to KHAO

เตือน 15 จว. เฝ้าระวังน้ำป่า-ดินถล่ม 11-13 ต.ค. แนะชุมชนเชิงเขาหนีทันทีเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ

2 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 15 จังหวัด 29 อำเภอ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 11–13 ตุลาคมนี้ โดยการประเมินพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม ของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)แบ่งเป็น 3 ภูมิภาค โดยภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ตาก อ.พบพระและอุ้มผาง จ.อุทัยธานี อ.บ้านไร่ และจ.กำแพงเพชร อ.คลองลาน ภาคกลาง 2 จังหวัด

Summary

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 15 จังหวัด 29 อำเภอ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 11–13 ตุลาคมนี้ โดยการประเมินพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนักและปริมาณฝนสะสม ของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)แบ่งเป็น 3 ภูมิภาค โดยภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ตาก อ.พบพระและอุ้มผาง จ.อุทัยธานี อ.บ้านไร่ และจ.กำแพงเพชร อ.คลองลาน ภาคกลาง 2 จังหวัด

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนเชิงเขาและพื้นที่ลาดชัน ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในลำห้วยเปลี่ยนสีหรือเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว หรือมีดินไหลจากพื้นที่ลาดชัน ขอให้รีบออกจากพื้นที่อันตรายไป ยังจุดปลอดภัยทันที โดยรัฐบาลได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ช่วยเหลือ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ขณะที่รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แจ้งเตือนประชาชน และเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุทันที เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ ระบบเฝ้าระวังพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดแผ่นดินถล่มล่วงหน้า (AP Model) ยังประเมินพบพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติมในหลายจังหวัดภาคใต้ กรมทรัพยากรธรณีจึงประสานเครือข่ายเฝ้าระวังธรณีพิบัติภัยให้ติดตามและตรวจวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการข้อมูลกับกรมทรัพยากรน้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแจ้งเตือนประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

Read full article at Matichon →