Matichon
ขอคัดค้านร่างกฎหมายริบภาษีเหล้าและยาสูบที่จัดสรรแก่กิจการสาธารณะ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ขอคัดค้านร่างกฎหมายริบภาษีเหล้าและยาสูบที่จัดสรรแก่กิจการสาธารณะ
Key facts
- องค์กรสาธารณะที่ได้รับงบประมาณผ่านกองทุนของตนนั้น (คือกองทุน สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาฯ) ได้รับการจัดสรรภาษีบาปปีละ 2% เป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท (ตัวเลขจริงขึ้นอยู่กับยอดการจัดเก็บภาษี) ส่วนไทยพีบีเอส
- กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) มูลนิธิ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร
- เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 องค์กรสื่อ 6 องค์กร ได้แก่ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ, สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้สื่อข่าวออนไลน์,
- ขอคัดค้านร่างกฎหมายริบภาษีเหล้าและยาสูบที่จัดสรรแก่กิจการสาธารณะ
- ประเด็นที่สองที่ผู้เสนอร่างกฎหมายยกมาเป็นเหตุผลคือ ต้องการให้การรักษาวินัยการเงินการคลังเป็นมาตรฐานเดียวกัน อย่างไรก็ดี ผู้บัญญัติกฎหมายการเงินการคลังในปี 2561 ทราบดีอยู่แล้วว่า ข้อยกเว้นสำหรับกิจการสาธารณะจำนวนหนึ่งที่มีไม่มาก
Summary
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เสนอร่างกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีสาระสำคัญคือ มิให้นำเงินรายได้จากผู้มีหน้าที่เสียภาษีเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุราและยาสูบมาเป็นเงินบำรุงแก่ กองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (กองทุน สสส.) โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน โดยแทนด้วยเงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามความจำเป็น ผู้เสนอร่างกฎหมายให้เหตุผลว่า มาตรา 26
ในขณะเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร และคณะ ก็เสนอร่างกฎหมายอีก 3 ฉบับ เพื่อริบภาษีเหล้าและบุหรี่ (มีชื่อเล่นว่า “ภาษีบาป”) จากกิจการสาธารณะ ได้แก่กิจการขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ชื่อย่อว่า “ไทยพีบีเอส) จากกองทุนผู้สูงอายุ และจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยมีสาระและเหตุผลเดียวกัน คือ องค์การและกองทุนเหล่านี้ ได้รับการจัดสรรภาษีบาปที่มีกฎหมายรองรับมาก่อนกฎหมายวินัยการเงินการคลัง นี่เป็นข้อยกเว้นที่ถือเป็นบทเฉพาะกาล
ประเด็นแรกที่ผู้เสนอร่างกฎหมายยกมาเป็นเหตุผลแต่อาจขาดน้ำหนักคือ การตีความว่าการจัดสรรภาษีบาปที่มีมาก่อนกฎหมายการเงินการคลังเป็นบทเฉพาะกาล อันที่จริง กฎหมายการเงินการคลังมิได้มีบทเฉพาะกาล ในการบัญญัติบทเฉพาะกาล กฎหมายจะระบุว่าบทเฉพาะกาลมีผลถึงเมื่อไร การจัดสรรภาษีบาปที่มีมาก่อนมีบัญญัติอยู่ในตัวบท ใช้บังคับได้ต่อไปไม่มีกำหนด จนกว่าจะมีแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ซึ่งอาจกระทำได้โดยไม่ต้องอ้างเรื่องบทเฉพาะกาล